วันอังคารที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2553

ข่าวลือก่อนหน้านี้อ้างว่า Google เตรียมเปิดบริการใหม่ที่เรียกว่า ” Google Me ”

ข่าวลือก่อนหน้านี้อ้างว่า Google เตรียมเปิดบริการใหม่ที่เรียกว่า ” Google Me ” โดยเป้าหมายคือ โซเชียลเน็ตเวิร์กที่ทางบริษัทพัฒนาออกมาต่อกรกับ Facebook ข่าวดังกล่าวได้ถูกนำมาหยิบยกพูดถึงกันอีกครั้ง เมื่ออีริค ชมิดท์ ซีอีโอของ Google ได้เปิดเผยข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับบริการใหม่ที่ว่านี้

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา Eric Schmidt ซีอีโอ Google ได้ให้รายละเอิยดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนการของบริษัท ซึ่งมีประเด็นหนึ่งที่ มีการนำมาขยายความกันต่อนั่นก็คือ แผนการเข้าสู่สมรภูมิโซเชียลเน็ตเวิร์ก โดยชมิดท์ได้ตอบคำถามที่ว่า โซเชียลเน็ตเวิร์กมีความสำคัญต่ออนาคตของ Google อย่างไร? และ Google จะต่อสู้กับคู่แข่งที่ยิ่งใหญ่และแข็งแรง (Facebook) ได้อย่างไร?

Schmidt กล่าวว่า “เรามองโซเชียลเน็ตเวิร์กแตกต่างจากทุกคนที่กำลังเขียนถึงมัน สิ่งที Google ต้องการคือ การทำให้ผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทมีประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้นโดยใช้ข้อมูล จากโซเชียลฯ สิ่งที่ดีที่สุดจะเกิดขึ้นถ้า Facebook เปิดเครือข่าย และให้เราเข้าไปใช้ข้อมูลนั้นได้ แต่ถึงแม้จะทำเช่นนั้นไม่ได้ เราก็มีวิธีอื่นๆ อีกมากมายที่จะทำให้ได้ข้อมูลเหล่านั้น เรากำลังพยายามเพิ่มองค์ประกอบของโซเชียลเน็ตเวิร์ก (เข้าไปในผลิตภัณฑ์หลัก) เพื่อทำให้ผลิตภัณฑ์ของ Google ดีขึ้น ด้วยการยินยอมจากผู้ใช้ โดยเฉพาะการที่เราสามารถรู้ได้ว่า ใครคือเพื่อนของคุณ เราจะสามารถแนะนำสิ่งที่ผู้ใช้แต่ละคนต้องการได้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม รวมถึงคุณภาพการค้าหาที่ดีกว่าด้วย”

นอกจากคำกลาวของชมิดท์แล้ว แหล่งข่าวที่เคยทำงานกับ Google ได้พูดถึงบริการใหม่ว่า “Google Me ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ แต่มันเป็นเลเยอร์ของการทำงานแบบโซเชียลบนผลิตภัณฑ์ทั้งหมด (ฟังดูไม่ค่อยจะเห็นประโยชน์กับผู้ใช้สักเท่าไร)” นอกจากนี้แหล่งข่าวยังกล่าวว่า ” Google Me จะผลักดันให้เกิดกิจกรรมออนไลน์ของผู้ใช้ที่มาจากการใช้ผลิตภัณฑ์ของ Google ทั้งหมด โดยมี Google Buzz ที่จะได้รับการปัดฝุ่นใหม่ให้ทำหน้าที่เป็นตัวกลาง แต่ปัจจุบัน Google Buzz ยังไม่ได้ทำงานร่วมกับ Google Apps” แม้จะยังไม่ชัดเจนว่า Google จะเดินหมากนี้อย่างไร แต่ที่แน่ๆ คือ ทางบริษัทคงจะไม่ยอมให้ Facebook ครองข้อมูล และส่วนแบ่งตลาดผู้ใช้ไปอย่างนี้นานๆ อย่างแน่นอน Google Me จะเป็นกาวประสานใจของผู้ใช้ทั่วโลกด้วย Google Apps และผลิตภัณฑ์อื่นๆ อีกมากมายที่ดีกว่า การใช้แอพฯ และแลกเปลียนความคิดเห็นกันใน Facebook หรือไม่? คงต้องติดตามกันต่อไป

ที่มา: http://www.itday.in.th

คอมพิวเตอร์ช่วยสอน (Computer Assisted Instruction)

คอมพิวเตอร์ช่วยสอน

(Computer Assisted Instruction)

คอมพิวเตอร์ช่วยสอน
หมายถึง วิถีทางของการสอนรายบุคคลโดยอาศัยความสามารถของ
เครื่องคอมพิวเตอร์ที่จะจัดหาประสบการณ์ที่มีความสัมพันธ์กันมีการ
แสดงเนื้อหาตามลำดับที่ต่างกันด้วยบทเรียนโปรแกรมที่เตรียมไว้อย่าง
เหมาะสม

ประเภทของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
1. บทเรียน (Tutorial)
เป็นโปรแกรมที่สร้างขึ้นมาในลักษณะของบทเรียนโปรแกรม
ที่เสนอเนื้อหาความรู้เป็นส่วนย่อย ๆเลียนแบบการสอนของครู

2. ฝึกทักษะและปฏิบัติ (Drill and Practice)
ส่วนใหญ่ใช้เสริมการสอน ลักษณะที่นิยมกันมากคือ การจับคู่ ถูก-ผิด
เลือกข้อถูกจากตัวเลือก

3. จำลองแบบ (Simulation)
นิยมใช้กับบทเรียนที่ไม่สามารถทำให้เห็นจริงได้

4. เกมทางการศึกษา (Educational Game)

5. การสาธิต (Demonstration)
นิยมใช้ในวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์

6. การทดสอบ (Testing)
เป็นการวัดผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน

7. การไต่ถาม (Inquiry)
ใช้เพื่อการค้นหาข้อเท็จจริง ความคิดรวบยอด

8. การแก้ปัญหา (Problem Solving)
เน้นการให้ฝึกการคิดการตัดสินใจ
9. แบบรวมวิธีต่าง ๆ เข้าด้วย (Combination)
ประยุกต์เอาวิธีสอนหลายแบบมารวมกันตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ


ประโยชน์ของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
1.ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามเอกัตภาพ

2.ผู้เรียนมีโอกาสเรียนซ้ำได้หลายครั้งเท่าที่ต้องการ

3.ผู้เรียนมีโอกาสโต้ตอบกับคอมพิวเตอร์และสามารถควบคุมการเรียนได้เอง

4.มีภาพ ภาพเคลื่อนไหว สี เสียง ทำให้ผู้เรียนไม่เบื่อหน่ายการเรียน

5.ตัวผู้เรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้

6.ช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามขั้นตอนจากง่ายไปยาก
หรือเลือกบทเรียนได้

7.ฝึกให้ผู้เรียนคิดอย่างมีเหตุผล

ลักษณะของคอมพิวเตอร์ช่วยสอน
คอมพิวเตอร์ช่วยสอนเป็นการเรียนการสอนแบบรายบุคคล
ที่นำเอาหลักการของบทเรียนโปรแกรมและเครื่องช่วยสอน
มาผสมผสานกัน โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะตอบสนองในเรื่องความแตกต่างระหว่างบุคคล
ของผู้เรียนเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ทางการศึกษาเป็นรายบุคคล

คอมพิวเตอร์ช่วยสอนมีลักษณะการเรียนที่เป็นขั้นเป็นตอน ดังนี้

1.ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน

2.ขั้นการเสนอเนื้อหา

3.ขั้นคำถามและคำตอบ

4.ขั้นการตรวจคำตอบ

5.ขั้นของการปิดบทเรียน


ลักษณะของการพัฒนาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอนที่ดี มีดังนี้

1. สร้างขึ้นตามจุดประสงค์ของการสอน

2. เหมาะสมกับลักษณะของผู้เรียน

3. มีปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียนให้มากที่สุด

4. มีลักษณะเป็นการสอนรายบุคคล

5. คำนึงถึงความสนใจของผู้เรียน

6. สร้างความรู้สึกในทางบวกกับผู้เรียน

7. จัดทำบทเรียนให้สามารถแสดงผลย้อนกลับไปยังผู้เรียนให้มาก ๆ

8. เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมทางการเรียนการสอน

9. มีวิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้เรียนอย่างเหมาะสม

10.ใช้สมรรถนะของเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างเต็มที่ และหลีกเลี่ยงข้อจำกัด

บางอย่างของเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่บนพื้นฐานของการออกแบบ
การสอนคล้ายกับการผลิตสื่อชนิดอื่น ๆควรมีการประเมินผลทุกแง่ทุกมุม

ที่มา: http://senarak.tripod.com/cai2.htm

วันเสาร์ที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2553

Plasma ball



ลุกแก้วทรงกลมกลวง ภายในบรรจุก๊าซชนิดที่มีความดันต่ำ ด้านล่างมีเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแรงสุงหลายหมื่นโวลต์ จะมีการเคลื่อนย้ายถ่ายประจุไฟฟ้าระหว่างขั้วไฟฟ้าแรงสูงกับอากาสภายนอกดดยที่ประจุไฟฟ้าจะวิ่งชนก๊าวที่อยุ่ภายในลุกแก้ว เกิดการแตกตัวเป็นพลาสมาและเปล่าแสงสีต่าง ๆ ออกมาตามธรรมาชาติเพราะตัวของก๊าซนั้น ๆ โดยมีทิสทางไม่แน่นอนออกเป็นแบบสุ่ม



หุ้มลูกแก้วด้วยแผ่นอลูมิเนียมฟอยล์ เพื่อเพิ่มพื้นที่ผิวทำหน้าที่รับจำนวนอิเล็กตรอนให้มากขึ้น จะให้ให้ได้กระแสไฟฟ้ามากขึ้น “ห้ามจับแผ่นอลูมิเนียมฟอยล์โดยเด็ดขาด เพราะเป็นไฟแรงสูงที่มีกระแสมาก เป็นอันตรายอย่างยิ่ง” นำหลอดฟลูออเรสเซนส์มาวางใกล้ๆ หลอดฟลูออเรสเซนส์จะสว่างได้





































ที่มา: http://www.vcharkarn.com/vcafe/137585

การทำแพทเทินใน Photoshop

การทำแพทเทิน

ก่อนอื่นก็โหลดแพทเทิ่นนี้มาก่อนค่ะ
http://www.lizziem79.fotki.com/psp_supplies/floaties/l1_125_b5b15d.html





การทำตัววิ่งในอักษร













สุภาษิตภาษาอังกฤษ-สุภาษิตภาษาไทย

สุภาษิตภาษาอังกฤษ-สุภาษิตภาษาไทย

การศึกษาสุภาษิต-คำคมภาษาอังกฤษ จะทำให้เราทราบความหมายของสุภาษิต-คำคมนั้นได้รับความรู้เรื่องคำศัพท์ อีกทั้งยังได้เรียนรู้ความเชื่อ ค่านิยมและวัฒนธรรมเจ้าของภาษาที่สอดแทรกอยู่ ประโยชน์สูงสุดคือการมีคุณธรรมและจริยธรรมที่ดีจากสุภาษิต-คำคม ซึ่งสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ซึ่งผู้จัดทำได้รวบรวมไว้ดังนี้


1. An accident is due to lack of proper care. = อุบัติเหตุมักจะเกิดขึ้นจากการขาดความระมัดระวัง


2. Don’t charge your memory with too many facts = อย่าใช้สมองจดจำเรื่องราวต่าง ๆ ให้มากจนเกินไป


3. A mad man is not responsible for his actions. = คนบ้าไม่ต้องรับผิดชอบในการกระทำของเขา


4. It’s a sad house where the hen crows louder than the cock. = สามีเป็นช้างเท้าหน้า ภรรยาเป็นช้างเท้าหลัง


5. Marriage is an expensive luxury. = การแต่งงานเป็นของฟุ่มเฟือยที่แสนแพง


6. Fools build house; wise men buy them. = คนโง่สร้างบ้านอยู่ คนฉลาดซื้อบ้านสร้างเสร็จอยู่


7. Keep something for a rainy day. = กินน้ำเผื่อแล้ว


8. There is no fool like an old fool. =ไม่มีใครโง่เกินคนแก่โง่


9. Kill not the goose that lays the golden eggs. = โลภมากลาภหาย.


10. Facts are stubborn things. = ความจริงล้างอย่างไรก็ไม่เลือนหาย


11. It is a foolish sheep that makes. The wolf his confessor. = อย่าชี้โพรงให้กระรอก


12. Brave actiuons never want trumpet. = การกระทำอันกล้าหาญ ไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศให้ใครรู้


13. Good manners are part and parcel of a good education. = กิริยามารยาทที่สุภาพเรียบร้อย เป็นส่วนสำคัญจากการได้รับการศึกษาดี


14. A bad workman always blames his tool. = รำไม่ดีโทษปี่โทษกลอง


15. Habituate yourself to hard work. = จงฝึกฝนตัวเองให้เคยชินกับงานหนัก


16. Fine features make fine birds. = ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง


17. Man has gregarious habits. = มนุษย์ชอบอยู่รวมกันเป็นกลุ่มเป็นหมู่คณะ


18. Big fish eat little fish. = ปลาใหญ่กินปลาเล็ก


19. Guardianship has many responsibillitie. = การเป็นผู้ปกครองนั้นต้องมีความรับผิดชอบมาก


20. A friend in need is a friend indeed = เพื่อนแท้คือเพื่อนในยามยาก


21. Birds of a feather flock together = คบคนพาล พาลพาไปหาผิด


22. Actions speak louder than words = ทำดีกว่าพูด


23. A bird in head is worth two in the bush = สิบเบี้ยใกล้มือ


24. A rolling stone gathers no moss = รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี


25. Absence makes the heart grow fonder = ตัวไกลใจอยู่ยิ่งไกลก็ยิ่งรักกัน


26. Make hay while the sun shines = น้ำขึ้นให้รีบตัก


27. He laughs best who laughs last = หัวเราะทีหลังดังกว่า


28. Listeners hear no good of themselves = นินทากาเลเหมือนเทน้ำ


29. It is never too late to mend = ไม่มีอะไรสายสำหรับการเริ่มต้น


30. Still water runs deep = น้ำนิ่งไหลลึก


31. Good cloths open all doors. = ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง


32. Overtly agree but coertly oppose = ปากว่าตาขยิบ หรือพูดอีกอย่างแต่ทำอีกอย่าง


33. Cry for the Moon = กระต่ายหมายจันทร์ หมายถึงหนุ่มหมายปองสาวที่มีฐานะดีกว่า


34. Apple of sodom =สวยแต่รูป จูบไม่หอม งามภายนอกแต่ใจแย่ไง


35. When misfortune reaches the limit, good fortune is at hand = ต้นร้ายปลายดี เริ่มต้นไม่ดีแต่ไปดีเอาตอนหลัง


36. Between the devil and the deep blue sea = หนีเสือปะจรเข้


37. Be caught red-handed = จับได้คาหนังคาเขา


38. To take for a needle in a haystack = งมเข็มในมหาสมุทร


39. To eat one's cake and have it too = จับปลาสองมือ


40. To take something with a pinch of salt = ฟังหูไว้หู ฟังแล้วคิดพิจารณาก่อนจะเชื่อ


41. As you sow, so you reap = ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว


42. Cannot make head or tail of = จับต้นชนปลายไม่ถูก


43. You can not teach old dogs new tricks. = เราไม่สามารถสอนกลเม็ดใหม่ๆ ให้สุนัขแก่ได้....
หรือ ไม้แก่ดัดยากนั่นเอง...


44. Where there is a will, there is a way = ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น


45. Look before you leap = จงดูให้ดีก่อนื้จะกระโดด หมายถึง คิดให้ดี รอบคอบก่อนที่จะทำอะไร


46. Prevention is better than cure = กันไว้ดีกว่าแก้


47. Do as Romans do when you are in Rome = จงทำตัวให้เหมือนคนโรมันเมื่ออยู่ในกรุงโรม....
หรือ เข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม


48. Joy and sorrow are as near as today and tomorrow. = ความสุขกับความทุกข์อยู่ใกล้กันเหมือนวันนี้กับวันพรุ่งนี้


49. He who has never tasted bitterness does not know what is sweet = ผู้ที่ไม่เคยรับรู้รสของความขมขื่นจะไม่รู้ว่าความหวานชื่นคืออะไร


50. One who lives in a glasshouse should not throw stones. = เมื่ออยู่ในเรือนกระจกไม่ควรขว้างก้อนหิน หมายถึงเมื่ออยู่ในที่ๆ เสีบเปรียบก็อย่าหาเรื่องผู้อื่น


51."Time and tide wait for no man" = เวลาและกระแสน้ำไม่เคยคอยใคร


52. Everyone thinks his own burden the heaviest. = ทุกคนมักคิดว่าภาระของตนหนักกว่าของผู้อื่นเสมอ


53. No one is too old to learn = ไม่มีใครแก่เกินเรียน


54. Reading makes a full man. = การอ่านหนังสือทำให้เป็นคนที่สมบูรณ์


55. All men naturally desire to know. = มนุษย์ทุกคนย่อมอยากรู้โดยธรรมชาติ


56. Be quick to hear and slow to speak.= ฟังให้เร็ว แต่พูดให้ช้า


57. Live to learn to live. = จงอยู่เพื่อเรียนรู้การดำรงชีวิต


58. Brave actions never want trumpet. = การกระทำอันกล้าหาญ ไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศ


59. Words once spoken cannot be altered. = คำพูดที่กล่าวไปแล้ว ย่อมไม่อาจจะเปลี่ยนแปลงได้


60. Though strength fails, boldness is praiseworthy. = ถึงแม้ว่ากระทำสิ่งใดยังไม่เป็นผลสำเร็จ
แต่การที่ได้กล้าทำนั้นควรได้รับการยกย่อง


61. No one is harmed by thinking. =การไตร่ตรองยั้งคิด ไม่เคยทำอันตรายใคร


62. Order will render the work facile. = ความมีระเบียบวินัย เป็นสิ่งที่ทำให้การทำงานราบรื่นขึ้น


63. Every obstacle is surmountable. = อุปสรรคทุกอย่าง ย่อมผ่านพ้นไปได้เสมอ


64. Health is wealth. = ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ


65.What can't be cured must be endured. =เมื่อสิ่งใดหมดทางที่จะแก้ไขได้แล้ว ก็ต้องยอมรับและทนในสิ่งนั้น


66. Peace begins where ambition ends. =ความสงบจะเริ่มขึ้น ณ ที่ซึ่งความเห่อเหิม ทะเยอทะยานได้สิ้นสุดลงแล้ว


67. Trial and error is the source of our knowledge. =เมื่อได้ทดลองทำสิ่งใดๆ แล้วผิดพลาด
นั่นคือข้อมูลแห่งความรู้ของเราเอง


68. Happyness belong to the contented. =บุคคลจะมีความสุขหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความพอใจ


69.Don't shrink any task because of its arduousness. =อย่าละทิ้งงานใดๆ เพียงเห็นว่างานนั้นยาก


70.The tongue is like a sharp knife; it kills without drawing blood.= ลิ้นเหมือนมีดคม สามารถฆ่าได้โดยไม่มีเลือดตก

ที่มา: http://www.thaigoodview.com/node/16648

วันจันทร์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2553

ข้อแนะนำในการเขียนรายงานการฝึกงาน

ข้อแนะนำในการเขียนรายงานการฝึกงาน

รายงานการฝึกงาน ควรประกอบด้วย

1. ข้อมุลทั่วไปเกี่ยวกับสถานที่ฝึกงาน ได้แก่
1.1 ชื่อ ที่ตั้ง และประวัติความเป็นมาโดยย่อ พร้อมนโยบายหรือเป้าหมายของการดำเนินงานหรือประกอบการ
1.2 ลักษณะและวิธีการของการดำเนินงานหรือการประกอบการ เช่น เป็นหน่วยผลิต หรือหน่วยบริการ ใช้ปัจจัยใดเพื่อการผลิตปริมาณการผลิตเป็นเท่าใด และอย่างไร
1.3 ระบบการบริหารและอัตรากำลัง โดยแสดงแผนผังการแบ่งสายงาน Oranization Chart หน้าที่ความรับผิดชอบของหน่วยงานย่อยแต่ะละหน่วยงาน และให้แสดงข้อคิดเห็นว่าเหมาะสมหรือไม่
1.4 เขียนแผนผัง (Lay-Out) ของสถานที่ฝึกงาน แสดงบริเวณและที่ตั้งของหน่วยงานย่อยที่ประกอบการกิจกรรมต่าง ๆ

2. ข้อมูลเฉพาะเกี่ยวกับการฝึกงานของนักศึกษา ได้แก่
2.1 หน่วยงานย่อยที่ศึกษา ได้รับมอบหมายให้ประจำการ
2.2 หน้าที่รับฝิดชอบของหน่วยงานย่อย
2.3 หน้าที่รับผิดชอบของนักศึกษา โดยระบุขอบข่ายของงานและกิจการต่าง ๆ ตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
2.4 บุคคลและหรือหน่วยงานอื่นที่ต้องเกี่ยวข้องในการปฎิบติหน้าที่
2.5 เครื่องจักรหรืออุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการประกอบหน้าที่ โดยบรรยายสภาพ input output กำลังการผลิตปัญหาเครื่อง และเปรียบเทียบกับเครื่องอื่น (ที่รุ้)
2.6 นโยบายและวิธีการดำเนินงานของหน่วยงานย่อย เช่น มาตราการควบคุมความปลอดภัย(Safety Measures)
การควบคุมคุณภาพ(Quality Control) นโยบายการบำรุงรักษา(Maintanance Policy) การรายงานผลการปฎิบัติงาน
2.7 ปัญหาและอุปสรรค์ในการปฎิบัติงานตามหน้าที่รับผิดชอบโดยเน้นหน้าที่ เป็นผลให้การปฎิบัติงานขาดประสิทธิภาพ เช่น การประสานงาน การจ่ายงาน การติดตาม ความล้าสมัยของเครื่องจักร อุปกรณ์ คุณภาพของผลผลิต

3.ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ
3.1 ประสบการณ์ด้สนวิชาชีพในเชิงปฎิบัติที่คิดว่าจะได้รับ
3.2 ความสำคัญของมนุษย์สัมพันธ์ในการปฎิบัติงาน
3.3 แนวทางแก้หรือผ่อนคลายปัญหาและอุปสรรค์ที่พบเห็นตามข้อ (2.7)

แนวทางในการเตรีมฝึกประสบการณ์วิชาชีพ

คำอธิบายรายวิชาการเตรียมฝึกประสบการณ์วิชาชีพ 2 (90)
จัดให้มีกิจกรรมเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนออกฝึกประสบการณ์วิชชีพในด้านการรับรุ้ลักษณะและโอกาสของการประกอบอาชีพ การพัฒนาตัวผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะ เจตคติ แรงจูงใจ และคุณลักษณะที่เหมาะสมกับวิชาชีพ โดยการกระทำในสถานการณ์หรือรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งเกี่ยวข้องกับงานในวิชาชีพนั้น ๆ

แนวทางการเตรียมฝึกประสบการณ์วิชาชีพ
1. เตรียมการปฐมนิเทศนักศุกษาก่อนออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ให้ไปศึกาาและสังเกตสถานประกอบการ

2. ศึกษาดูงานในโรงงานอุตสาหกรรมหรือสถานประกอบการ ในลักษณะ
- ดุ - สัมภาษณ์
- ฟัง - สังเกต
- ซักถาม

ในเรื่องต่อไปนี้
- สภาพทั่วไปของสถานประกอบการหรือโรงงาน
- การปฎิบัติงานในสถานประกอบการหรือโรงงาน
- การบริหารและการบริการของสถานประกอบการหรือโรงงาน
- ศึกษาการปฎิบัติงานในสถานประกอบการหรือโรงงาน
- ภารกิจของสถานประกอบการ
- พฤติกรรมของพนักงาน
ฯลฯ

3. เชิญวิทยากรจากสถาประกอบการหรือโรงงานมาให้ความรุ้เกี่ยวกับการฝึกปฎิบัติงาน

4. สร้างสถานการณ์จำลองเพื่อฝึกในการแก้ปัญหาการปฎิบัติงาน เช่น
- กรณีศึกษา
- วิเคราะห์จากสถานการณืจำลอง เช่น V.D.O.

5. จัดประสบการณืเสริมในด้านที่นักศึกษายังขาด เช่น
- ความรุ้เกี่ยวกับงานที่จะไปฝึก
- เทคนิควิธีในการปฎิบัติงาน
- คุณลักษณะอื่น ๆ เช่น คุรธรรม จริยธรรม ค่านิยม ความตรงต่อเวลา ความรับผิดชอบ การอนุรักษ์สภาพแวดล้อม ฯลฯ

6. ควรมี V.D.O. เกี่ยวกับงานที่เกี่ยวข้องให้นักศึกษาดู






วันเสาร์ที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2553

Update ข้อมูล iPhone 4G

Update ข้อมูล iPhone 4G มาแล้ว

สำหรับไอโฟน ตัวล่าสุด iPhone 4G มีรายงานมาว่าจะเปิดตัวในช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน ในปี 2010 ส่วนราคา iPhone 4G จะตั้งอยู่ที่เท่าไหร่นั้น ทาง แอปเปิล (Apple) ผู้ผลิต iPhone ยังไม่มีการยืนยันข้อมูล แต่ได้เกิดกระแสข่าวจากหลายๆสำนักเกี่ยวกับ iPhone 4G ตัวใหม่มากมาย อย่างไรก็ตาม สาวก iPhone ต้องจับตาดูให้ดีเพราะช่วงนี้จะเป็นข่วงที่ทาง Apple เริ่มที่จะมีการเคลื่อนไหวทางการตลาดและเริ่มมีการปรั บตัวทางผลิตภัณฑ์เพื่อ ชิงส่วนแบ่งตลาดมือถือกับค่ายอื่นๆที่กำลังจะออกมาเช่น Nexus One จาก Google เป็นต้น


เปิดตัว iPhone 4G พร้อมคุณสมบัติใหม่

อย่างไรก็ดี ข่าวลือที่ตรงกันกับรายงานจากหลายสำนักนั้นได้แก่ กำหนดการเปิดตัวที่เชื่อกันว่าจะอยู่ช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม และคุณสมบัติใหม่บน iPhone 4G ที่หลายแหล่งข่าวลือระบุตรงกันคือ กล้อ

งดิจิตอลที่จะมีคุณภาพมากขึ้น มาพร้อมหน้าจอ OLED แบตเตอรี่ถอดออกได้ บนตัวเครื่องรูปร่างต่างจากเดิม

iPhone 4G ใหม่พร้อมกล้อง 5 ล้าน Pixel

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก (Bloomberg) บิซิเนสวีก (BusinessWeek) (ซึ่งรายงานโดยอ้างชื่อนักวิเคราะห์จากบริษัท Goldman Sachs Group) และโคเรียน ไทม์ (Korean Times) ระบุว่า iPhone 4G จะมาพร้อมกล้องดิจิตอลความละเอียด 5 ล้านพิกเซล เพิ่มจากเดิม 3 ล้านพิกเซลใน iPhone 3GS ซึ่งโดดเด่นที่คุณภาพและการประหยัดไฟสูง แถมด้วยกล้องดิจิตอลด้านหน้าเพื่อสนทนาเป็นภาพวิดีโอหรือ video chat โดยความละเอียด 5ล้านพิกเซลของกล้องตัวหลักของ iPhone 4G นั้นนั้นเทียบเท่ากับ Nexus One กูเกิลโฟนที่กูเกิลวางแผนจำหน่ายด้วยตัวเอง

จับตา iPhone 4G วางขายเดือนใหนกันแน่ พร้อมเปิดตัว iPhone OS 4.0

ทั้ง Bloomberg และ BusinessWeek อิงกำหนดงานเปิดตัว iPhone ดั้งเดิม

ที่แอปเปิลมักจัดขึ้นในเดือนมิถุนายน มีเพียงเว็บไซต์สัญชาติฝรั่งเศส Mac4Ever รายเดียวที่ฟันธงว่า iPhone 4G จะเปิดตัวในเดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อให้สามารถแข่งขันกับ Nexus One ของกูเกิลได้ทันท่วงที

Mac4Ever ระบุว่าได้ข้อมูลจากงานประชุมสื่อมวลชนรอบพิเศษ นอกจากเรื่อง iPhone 4G เว็บไซต์แห่งนี้ยังฟันธงว่างานประชุมที่แอปเปิลจะจัดขึ้นในวันที่ 27 มกราคมนี้ จะเป็นงานเปิดตัวระบบปฏิบัติการ iPhone OS 4.0 เวอร์ชันทดลองพร้อมชุดพัฒนาซอฟต์แวร์ หรือ SDK (Software Development Kit) แก่นักพัฒนาด้วย ซึ่ง SDK ดังกล่าวจะทำให้นักพัฒนาสามารถสร้างแอปพลิเคชันในความละเอียดที่เหมาะจะแสดง บนหน้าจอคอมพิวเตอร์แท็บเลต (มีข่าวลือว่าแอปเปิลจะเปิดตัวคอมพิวเตอร์แท็บเลตในงานนี้) และหน้าจอความละเอียดสูงใน iPhone รุ่นอื่นๆ ในอนาคตได้

iPhone 4G กับแบตเตอรี่ที่ถอดเปลี่ยนได้

ทาง Korean Times ระบุว่า iPhone รุ่นใหม่จะมาพร้อมแบตเตอรี่ถอดเปลี่ยนได้ ซึ่งสวนทางกับแนวทางที่แอปเปิลยึดมั่นมาตลอดกับ iPhone ทั้ง 3 รุ่นที่ผ่านมา รวมถึงคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปรุ่นล่าสุดที่ล้วนถอดแบตเตอรี่ไม่ได้


หลุดออกอินเทอร์เน็ตอีกแล้ว….สำหรับเครื่องต้นแบบ iPhone 4G ซึ่งเป็นเครื่องสมาร์ทโฟน (Smartphone) ตัวต่อไปที่จะออกต่อจาก iPhone 3G ของแอปเปิ้ล (Apple) ครั้งนี้โดนชายมือดีชาวเวียดนามนำทั้งภาพและคลิปวีดีโอไปโพสต์บนเว็บไซต์ TaoViet.vn โดยชายมือดีคนดังกล่าวซึ่งเป็นนักธุรกิจชาวเวียตนามอ้างว่าซื้อเครื่องต้น แบบ iPhone 4G ดังกล่าวมาจากสหรัฐอเมริกา

การหลุดของเครื่องต้นแบบ iPhone 4G ในครั้งนี้ทำให้เกิดคำถามถึงระบบการรักษาความปลอดภัยของแอปเปิ้ล เนื่องจากครั้งนี้เป็นการหลุดครั้งที่ 2 แล้วหลังจากเว็บไซต์ Gizmodo ได้ทำการโพสต์ทั้งภาพและคลิปวีดีโอเครื่องต้นแบบ iPhone 4G จนเป็นเรื่องราวใหญ่โตไปก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ตาม เครื่องต้นแบบ iPhone 4G ที่พบในเวียตนามนั้นมีความแตกต่างจากเครื่องต้นแบบที่ Gizmodo เผยแพร่ไปก่อนหน้านี้เล็กน้อย คือ ด้านหลังเครื่องมีการระบุขนาดความจุ 16GB ในกรอบสี่เหลี่ยมอย่างชัดเจนในขณะที่ Gizmodo ระบุความจุเป็น xxGB และมีจำนวนสกรูน้อยกว่า 2 ตัว ที่สำคัญเครื่องต้นแบบดังกล่าวนี้สามารถเปิดทำงานได้จริงๆ แต่ยังไม่ตอบสนองการทำงาน

(ดูคลิปวีดีโอประกอบ)

อนึ่ง การเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นเป็นครั้งที่ 2 (ผมคิดว่าน่าจะมีครั้งที่ 3 และครั้งต่อไปๆ จนกว่าแอปเปิ้ลจะออกตัวจริง) และเกิดในประเทศเวียดนามซึ่งติดกับประเทศจีนทำให้ผมคิดเล่นๆ ไปเองว่า “บางที iPhone 4G ของก็อปอาจออกก่อนของจริงก็เป็นได้” จะเป็นจริงหรือไม่…ก็คงต้องรอดูกันต่อไปครับ