วันอาทิตย์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2553

oOประวัติส่วนตัวOo

ประวัติส่วนตัว


ชื่อ พรเลิศ นามสกุล ปานประทีป


ชื่อเล่น แม็ก

เบอโทร 080-3049058


เกิดวันที่ 7 สิงหาคม 2532

กำลังศึกษาอยู่ที่ มหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา
คณะ วิทยาการจัดการ เอก คอมพิวเตอร์ธุรกิจ ปี 4
สีที่ชอบ ฟ้า ชมพู เขียวอ่อน
ที่อยู่ 14/175 หมู่ 3 เขต จอมทอง กทม 10150

สัตว์เลี้ยงที่ชอบ หนูแฮมเตอร์

♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥♥











วันอังคารที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2553

6 เทรนด์ IT ปี 2010

*************************************************************************************


มาถึงเดือนธันวาคม เดือนสุดท้ายของปี 2009 แล้วนะครับ เชื่อว่าหลายคนคงคอยติดตามอัพเดท ข่าวคราว ความเคลื่อนไหวในแวดวงไอทีมาตลอดปี 2009 กันอยู่แล้ว และคงจะตั้งหน้าตั้งตารอดูว่าแล้วปี 2010 ล่ะ จะมีอะไรใหม่ๆ ล้ำๆเกิดขึ้นบ้าง D+Plus ฉบับนี้ก็ไม่รอช้า ผมจะขอมาบอกเล่าเก้าสิบถึงเทรนด์ที่จะมาในปี 2010 กันซะหน่อย แต่ถ้าพูดกันตรงๆแล้วเทคโนโลยีที่จะพูดถึงนี้ ในต่างประเทศอย่าง อเมริกา ยุโรป หรือญี่ปุ่น ก็พอจะมีให้เห็นกันบ้างแล้ว เหลือแต่รอลุ้นกันเอาเองว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะเข้ามาถึงบ้านเราในช่วงไหนของปี 2010!!!

Android โอเอสแนวใหม่ สำหรับตลาดแบบโมบาย
แรกๆดูเหมือนว่าแอนดรอยด์ หรือโอเอสที่พัฒนาขึ้นมาโดยกูเกิ้ลจะถูกนำมาใช้กับมือถือเท่านั้น แต่หลังจากเวลาผ่านไปไม่นาน กลับกลายเป็นว่าแอนดรอยด์ถูกนำไปใช้งานกันแพร่หลายมากขึ้น ไม่เพียงแต่เป็นแค่โอเอสสำหรับมือถือที่ออกมาแข่งขันกับวินโดวส์โมบายเท่านั้น ยังนิยมนำไปใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ต่างๆ เช่น eBook หรือคอมพิวเตอร์พกพารุ่นใหม่ๆ เนื่องจากการทำงานที่รวดเร็วกว่า และเสถียรมากกว่า



แม้ดูเหมือนว่าจะเป็นของใหม่ แต่แอนดรอยด์ก็กำลังได้รับความนิยมไม่แพ้กับวินโดวส์โมบาย โดยเฉพาะหลังจากที่เปิดตัวแอนดรอยด์ 2.0 ขึ้นมา เพราะผู้ผลิตรายต่างๆ เริ่มมีการนำไปใช้งานร่วมกับโทรศัพท์มือถือในค่ายของตัวเอง เช่น HTC ก็มีการนำไปใช้กับมือถือรุ่นใหม่ๆ ตามมาด้วย Motorola ที่ออกรุ่น Droidมาใช้งานโดยเฉพาะ รวมถึงอุปกรณ์ eBook ต่างๆ ก็พากันนำ Android ไปใช้งาน เช่น เน็ตบุ๊คของค่าย Asus และ Acer ที่นำ Android ไปใช้งานแทนวินโดวส์โอเอส หรือว่าลินุกซ์





OLED เทคโนโลยีการแสดงผลแห่งยุคหน้า

ยุคของการแสดงผลกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เราเพิ่งได้สัมผัสกับจอแอลซีดีกันไปไม่นาน ตอนนี้จอภาพแบบใหม่ที่เรียกว่า OLED กำลังก้าวเข้ามามีบทบาทแทนที่จอแอลซีดีมากขึ้น แน่นอนว่า OLED ไม่ใช่ของใหม่ แต่ก่อนนี้ยังทำได้เพียงแค่ใช้งานบนโทรศัพท์มือถือเท่านั้น เพราะความละเอียดก็ไม่ได้สูงมาก สำหรับปี 2010 เราจะเห็น OLED มีบทบาทในการใช้งานมากขึ้น เพราะเริ่มมีการพัฒนาให้มีขนาดใหญ่ สามารถใช้แทนที่มอนิเตอร์ หรือว่าโทรทัศน์ได้แล้ว ข้อดีของ OLED ก็คือประหยัดไฟ ให้ความร้อนน้อยกว่า สามารถเปิดได้นานๆ โดยไม่มีความร้อนเกิดขึ้นมากนัก และสามารถผลิตได้ในขนาดที่บางมากๆ ทำให้น้ำหนักเบามากขึ้นด้วย
โดยเทรนด์ที่จะเห็นต่อไปในปีหน้าคือ ผู้ผลิตจอมอนิเตอร์จะส่งจอภาพแบบ OLED ออกมาสู่ตลาด เช่น จอภาพสำหรับคอมพิวเตอร์ ขนาด 15 นิ้ว และจอภาพสำหรับโทรทัศน์ ขนาด 32 นิ้ว 42 นิ้ว และ 60 นิ้ว จะถูกนำมาใช้งานแทนที่แอลซีดีทีวีต่อไป นอกจากนี้อุปกรณ์ใหม่ๆที่ใช้จอภาพก็จะนำ OLED ไปใช้งานด้วย เช่น กรอบภาพดิจิตอล หรือเครื่องเล่นดีวีดีแบบพกพาเป็นต้น








ยุคแห่งหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (eBook)
เพื่อนๆ อาจคิดว่า ?ทุกวันนี้ eBook ก็เป็นที่รู้จักกันอยู่แล้ว จะเป็นเทคโนโลยีใหม่สำหรับปี 2010 ได้ยังไง? แต่ตัว eBook ที่ผมกำลังจะพูดถึงต่อไปนี้อยู่ในรูปแบบของฮาร์ดแวร์ ใครๆต่างก็สามารถพกพาไปที่ไหนต่อไหนได้ เปิดอ่านได้สะดวกเหมือนกับหนังสือจริงๆ ซึ่งสองสามปีก่อนนี้มีผู้ริเริ่มบุกเบิกวงการอีบุ๊คมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง เช่น Kindle ของ Amazon แต่ปี 2010 ที่จะถึงนี้ กำลังจะเป็นปีที่ eBook จะออกมาในรูปแบบของเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ กำลังได้รับสนใจจากผู้ผลิตชื่อดังในวงการคอมพิวเตอร์มากขึ้น และพัฒนาขีดความสามารถให้เหนือกว่าeBook ที่อยู่ในรูปแบบของไฟล์ตัวอักษรเพียงอย่างเดียว เพราะสามารถรองรับไฟล์ภาพแบบเคลื่อนไหวได้ การดาวน์โหลดไฟล์มาเปิดอ่าน และรูปแบบของการใช้งานก็มีการเปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้เหมือนกับการอ่านหนังสือจริงๆ มากขึ้น ทั้งหน้าจอแบบสัมผัส ที่ทำให้การอ่าน eBook เหมือนได้อ่านหนังสือจริงๆ หรือการจัดแบ่งเอกสารให้เป็นสองหน้า เพื่อให้สามารถเปิดอ่านได้เหมือนกับหนังสือที่เป็นเล่ม และนี่คือตัวอย่างของเทรนด์ eBook ที่เราจะได้เห็นกันในเร็วๆ นี้






1.Spring Design’s Alex อีบุ๊คสองหน้าจอพร้อมรองรับมัลติมีเดีย
Spring Design?s Alex แตกต่างไปจาก eBook ในอดีตอย่างสิ้นเชิง เพราะนอกจากจะใช้สำหรับอ่านหนังสือแบบอิเล็กทรอนิกส์แล้ว eBook ตัวนี้ ยังรองรับการดูไฟล์ eBook แบบวิดีโอ ไฟล์เสียง รวมทั้งไฟล์ภาพได้ ด้วยการออกแบบมาให้มีจอภาพสำหรับแสดงผลสองหน้าจอ สำหรับการแสดงผล E-Ink EPD (Electronic Paper Display) ขนาด 6 นิ้ว และจอแสดงผลแอลซีดีขนาด 3.5 นิ้วที่ทำงานด้วย Google?s Android สำหรับการใช้งานอินเทอร์เน็ต ดูวิดีโอ เสียง และรูปภาพ รวมถึงใช้บันทึกโน้ตได้ด้วย รองรับการใช้งานหน่วยความจำแบบ SD Card มีการติดตั้ง Wi-Fi ในตัว และสามารถใช้งานร่วมกับเครือข่าย 3G EVDO/CDMA รวมถึง GSM ได้ ซึ่งฟังก์ชั่นที่น่าสนใจคือการจับภาพจากหน้าจอขนาด 3.5 นิ้วไปแสดงผลยัง EPD เพื่อประหยัดการใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ได้มากขึ้น











2.entourage eDGe หนังสือเสมือนในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
จุดเด่นของ eBook ตัวนี้คือหน้าจอที่สามารถดูพร้อมกันทั้งสองหน้าได้ เปรียบเหมือนกับหนังสือจริงๆ สามารถใช้งานได้ต่อเนื่องนาน 6 ชั่วโมง รองรับ Wi-Fiและ Bluetoothรวมถึงเครือข่าย 3G ด้วยในตัว สามารถใช้อ่าน eBook แบบ pdf ได้ โดยด้านซ้ายมือจะเป็นหน้าจอ ePaper ขนาด 9.7 นิ้ว ส่วนทางขวามือเป็นหน้าจอแอลซีดี 10.1 นิ้ว ทำงานด้วย Android รองรับการทำงานแบบทัชสกรีน สามารถใช้งานอินเทอร์เน็ต ดูภาพวิดีโอ ภาพถ่าย ฟังเพลง หรือเสียงออดิโอต่างๆ ได้






นี่เป็นตัวอย่างสำหรับ eBook ใหม่ที่กำลังจะได้รับความนิยมมากขึ้นในปี 2010 แน่นอน จากการผสานการทำงานระหว่าง ePaper ร่วมกับโอเอส Android ของ Google ทำให้ eBook ทำได้มากกว่าแค่เอาไว้อ่านหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เพียงอย่างเดียว




USB 3.0 เทคโนโลยีแห่งการถ่ายโอนข้อมูลความเร็วสูง ทุกวันนี้ไฟล์ข้อมูลชักจะเริ่มใหญ่ขึ้นทุกที ไม่ว่าจะเป็นภาพยนตร์ก็เข้าสู่สื่อการเก็บข้อมูลที่ใหญ่ขึ้น มีความละเอียดมากขึ้น ความต้องการในการถ่ายโอนไฟล์ก็มีสูงขึ้นตามไปด้วย อุปกรณ์ต่อพ่วงที่ใช้มาตรฐานของ USB 2.0 เริ่มที่จะมีความเร็วในการเชื่อมต่อถ่ายโอนไฟล์ไม่เพียงพอ เทคโนโลยี USB 3.0 จึงต้องถูกพัฒนาขึ้น เพื่อให้ถ่ายโอนข้อมูลได้เร็วกว่าเดิม ซึ่งความเร็วที่ระบุไว้ในตอนนี้คือ มีความเร็วเป็น 10 เท่าของ USB 2.0







USB 3.0 ยังออกแบบมาให้สามารถใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ที่เป็น USB 2.0 ได้ แต่ให้ความเร็วสูงกว่าเป็น 10 เท่าคือสามารถโอนถ่ายข้อมูลได้ที่ 4.7 กิกะบิตต่อวินาที โดยเหมาะสำหรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ประเภทเก็บข้อมูลต่างๆ ทั้งแบบพกพา หรือฮาร์ดดิสก์ขนาดใหญ่ นอกจากนี้ยังรวมถึงกล้องวิดีโอต่างๆ และกล้องถ่ายภาพดิจิตอลด้วย




Hi-Fi แบบไร้สาย ผ่านเครือข่ายความบันเทิงครบวงจร
ใครที่เป็นเซียนเครื่องเสียง คงจะรู้ดีว่าการเซ็ตอัพเครื่องเสียงขึ้นมาสักชุด เป็นเรื่องไม่ง่ายเลย ทั้งเรื่องการเดินสายจากตัวแอมพลิไฟเออร์ ไปยังลำโพง แล้วเชื่อมโยงเครื่องเล่นต่างๆเข้าด้วยกันนั้นวุ่นวายมาก และหากต้องการต่ออุปกรณ์บางตัวเพิ่มเข้าไปก็ต้องรื้อใหม่ให้วุ่นวายมากขึ้นไปอีก แต่สำหรับปี 2010 นี้ สิ่งที่จะเห็นกันมากขึ้นก็คือระบบเครื่องเสียงแบบไร้สาย ที่ช่วยลดความยุ่งยากในการเชื่อมต่อลงได้เกือบหมด




ระบบลำโพง ก็ไม่จำเป็นต้องเดินสายอีก ไม่ว่าจะเป็น 5.1 หรือ 7.1 รวมถึงระบบ DTS ที่ต้องเชื่อมโยงเข้าหากัน จึงสะดวกสำหรับการจัดวางอุปกรณ์ต่างๆ ที่สามารถวางได้แบบอิสระ หรือจะพ่วงลำโพงชุดที่สองหรือชุดที่สาม เข้ากับชุดเดิมได้อย่างไม่ลำบากอีกด้วย จะวางไว้ต่างห้องก็ได้ ไม่จำเป็นต้องวางไว้ใกล้ๆกัน ซึ่งทีนี้หากอยากจะฟังตรงห้องนั่งเล่น ห้องนอน หรือว่าหิ้วออกไปฟังในสวนหย่อม หรือระเบียงหน้าบ้าน ก็ไม่เป็นปัญหาอีก แน่นอนว่าไม่เฉพาะผู้ผลิตทางไต้หวันเท่านั้น แม้กระทั่งยักษ์ใหญ่แห่งวงการเครื่องเสียงระดับโลกอย่าง RocketFish ก็พร้อมวางจำหน่ายเครื่องเสียงแบบไร้สาย ให้คอดนตรีระดับหูทองได้รับฟังกันด้วย ต่อไปนี้ก็คงเลิกสะดุดสายสัญญาณหรือหมดปัญหาเรื่องการเก็บสายสัญญาณไม่ให้เกะกะอีกต่อไป




การพรีเซ็นต์งานฉบับกระเป๋า
อยากจะนำเสนองานดีๆ สิ่งที่เราจำเป็นต้องใช้ก็คือโปรเจ็คเตอร์ดีๆสักตัว เพื่อที่จะนำเสนอผลงานออกมาได้อย่างชัดเจน แต่สำหรับบรรดานักขายแล้ว หากต้องให้พกพาโปรเจ็กเตอร์ไปด้วยกันทุกๆที่ เวลาจะใช้ก็ต้องหาที่วาง พร้อมกับพื้นที่ว่างๆบนผนัง เพื่อที่จะฉายภาพที่ต้องการให้ลูกค้าได้เห็น เวลาจะเก็บก็ต้องรอให้หายร้อนก่อนถึงจะเก็บลงกระเป๋าได้






แต่ยุคใหม่นี้ สิ่งที่พกพาได้ไม่สะดวกอย่างโปรเจ็คเตอร์ กำลังถูกนำเสนอในขนาดที่เล็กลง แบบว่าสามารถพกใส่กระเป๋าเสื้อไปไหนมาไหนได้แบบไม่เกะกะ ขณะที่สามารถฉายภาพในขนาด 12-150 นิ้วได้อย่างสบายๆ หรือหากเป็นการนำเสนองานส่วนตัว ก็เพียงกางกระเป๋าโน้ตบุ๊คออก แล้วฉายภาพไปยังกระเป๋า เพื่อสร้างภาพขนาดหน้าจอ 20-30 นิ้ว ก็สามารถนำเสนองานได้อย่างสะดวกแล้ว เทรนด์ของปี 2010 นี้ นอกจากสิ่งที่เราจะได้เห็นเทคโนโลยีใหม่ใส่ลงไปในโปรเจ็คเตอร์ เช่น การทำหน้าที่มัลติมีเดียอย่างสมบูรณ์แบบมากขึ้นแล้ว แนวทางของการพัฒนาโปรเจ็คเตอร์แบบจิ๋ว ก็เริ่มได้รับการพัฒนาให้มีความสามารถมากขึ้น ใช้งานได้สะดวกกว่าเดิม พร้อมที่จะรองรับกับเครื่องมือแบบพกพาใหม่ๆ อย่าง iPhone, Blackberry หรือว่าอุปกรณ์โมบายอื่นๆ เพื่อช่วยเติมเต็มให้ชีวิตในรูปแบบธุรกิจ เดินหน้าไปได้อย่างสะดวกมากขึ้นกว่าเดิม สำหรับผู้ผลิตมือถือบางค่ายก็นำเสนอโปรเจ็คเตอร์ใส่ลงในมือถือด้วยซะเลย เรียกว่าพกพามือถือเครื่องเดียวก็พร้อมนำเสนองานขายได้แบบม้วนเดียวจบ







เป็นไงบ้างครับ สำหรับเทรนด์ในปี 2010 ที่กำลังใกล้จะมาถึงนี้ ดูๆไปแล้วจะเห็นว่ามีหลายๆสิ่งที่เริ่มขยับเข้ามาใกล้ตัวเรามากขึ้น eBook ก็เป็นเทรนด์หนึ่งที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะยักษ์ใหญ่แห่งโลกอิเล็กทรอนิกส์ ต่างก็ก้าวมาสู่ตลาดที่มองว่าเป็นขุมทรัพย์ใหม่ทางสายเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเป็นผู้บุกเบิกอย่าง Amazon, Barnes&Noble หรือแม้กระทั่ง Sony รวมทั้งผู้นำทางด้านคอมพิวเตอร์อย่าง Asus ต่างก็พร้อมจะผลิต eBook ให้ผู้อ่านอย่างเราได้พกพาหนังสือหลายร้อยเล่มไปอ่านในที่ต่างๆได้สะดวก ซึ่งถ้าจะให้ผมฟันธงสำหรับปี 2010 นี้ แน่นอนว่า eBook คือเทรนด์ที่น่าจับตามอง และต่อจากนี้ไปก็คงเห็นคนถือ eBook กันให้เกลื่อน



ที่มา:http://www.dplusmag.com/insight-digital-technology-tech-trend/6-เทรนด์-ไอทีปี-2010.html


*************************************************************************************

วันเสาร์ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ประวันวันแห่งความรัก Valentine


Valentine

กุมภาพันธ์เป็นเดือนที่อบอวลไปด้วยความสุขการแสดงถึงความรัก ความห่วงใยถึงคนที่ เราปรารถนาดีและอยากให้เขามีความสุข และเป็นที่รับรู้กันทั่วโลกว่าวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันแห่งความรักหรือ Valentine’s Day และวันนี้ยังมีคิวปิด หรือกามเทพ ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ของ วันวาเลนไทน์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด คิวปิดเป็นบุตรของวีนัสและมาร์ส แต่ ชาวกรีกเรียกคิวปิดว่า อีรอส ภาพของ คิวปิดที่มนุษย์โลกปัจจุบันได้รู้จักก็คือภาพเด็กน้อยที่ถือคันธนูและลูกศร มีหน้าที่ยิงศรรักให้ปักใจคน ปัจจุบัน คิวปิดและธนูของเขากลายมาเป็น เครื่องหมายแห่งความรักที่เป็นที่รู้จัก มากที่สุด และความรักของเขามีกล่าวถึงบ่อยในภาพของ การยิงศรรัก ระหว่าง หัวใจสองดวงให้รักกัน เรียกกันว่า ศรรักคิวปิด เราจึงมาเล่าสู่กันฟังเกี่ยว กับประวัติความเป็นมาและความสำคัญ ของวันนี้กันค่ะ
เทศกาลวาเลนไทน์ เริ่มมีขึ้น ตั้งแต่ยุคที่จักรวรรดิโรมันเรืองอำนาจ ในยุคนั้น วันที่ 14 กุมภาพันธ์ของทุกปี ถูกจัดให้เป็นวันหยุดเพื่อเป็นเกียรติแต่เทพเจ้าจูโนผู้เป็น จักรพรรดินีแห่งเทพเจ้าโรมัน นอกจาก นี้แล้วพระองค์ยังทรงเป็นเทพเจ้าแห่ง อิสตรีเพศและการแต่งงานและในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เป็นวันเริ่มต้นเทศกาล เฉลิมฉลองแห่งลูเพอร์คาร์เลีย การ ดำเนินชีวิตของหนุ่มสาวจะ ถูกตัดขาดออกจากกันอย่างสิ้นเชิง ในรัชสมัยของ จักรพรรดิคลอดิอัส ที่ 2 (Emperor Claudius II) แห่ง กรุงโรม พระองค์ ทรงเป็นกษัตริย์ที่มี ใจคอดุร้ายและทรงนิยม การ ทำสงครามนองเลือด ได้ทรงตระหนักว่าเหตุที่ ชายหนุ่มส่วนมากไม่ประสงค์จะเข้าร่วม ในกองทัพเนื่องจากไม่อยากจากคู่รัก และครอบครัวไป จึงทรงมีพระราชโอง การสั่งห้ามมิให้มีการจัดพิธีหมั้นและ แต่งงานกันในโรมโดยเด็ดขาด ทำให้ ประชาชนทุกข์ใจเป็นอย่างยิ่ง และขณะนั้น มีนักบุญรูปหนึ่งนามว่า เซนต์วาเลนไทน์ หรือวาเลนตินัส ซึ่งอาศัยอยู่ในโรมได้ ร่วมมือกับเซนต์มาริอัสจัดพิธีแต่งงานให้กับ ชาวคริสต์หลายคู่ และด้วยความปรารถนา ดีนี้เองจึงทำให้วาเลนไทน์ถูกจับและระ หว่างนี้ก็ยังคงส่งคำอวยพรวาเลนไทน์ ของเขาเองขณะที่เขาเป็นนักโทษ เป็น ความเชื่อว่าวาเลนไทน์ได้ตกหลุมรักหญิง สาวที่เป็นลูกสาวของผู้คุมที่ชื่อจูเลีย ซึ่งได้มาเยี่ยมเขาระหว่างที่ถูกคุมขัง ในคืนก่อนที่วาเลนไทน์จะสิ้นชีวิตโดยการถูกตัดศีรษะ เขาได้ส่งจดหมายฉบับ สุดท้ายถึงจูเลีย โดยลงท้ายว่า “From Your Valentine” . วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 270 หลังจากนั้นศพของเขาได้ถูก เก็บไว้ที่โบสถ์ พราซีเดส (Praxedes) ณ กรุงโรม จูเลียได้ปลูกต้นอามันต์ หรืออัลมอลต์สีชมพู ไว้ใกล้หลุม ศพของวาเลนตินัส แด่ผู้เป็น ที่รักของเธอ โดยในทุกวันนี้ ต้นอามันต์สีชมพูได้เป็นตัวแทน แห่งรักนิรันดรและมิตรภาพ อันสวยงาม และคำนี้ก็เป็นคำที่ใช้มา จนถึงปัจจุบัน ถึงแม้ว่าเบื้อง หลังความเป็นจริงของวาเลนไทน์จะ เป็นตำนานที่มืดมัว แต่เรื่องราวยังคง แสดงให้เห็นถึงความรู้สึกสงสาร ความ กล้าหาญและที่สำคัญที่สุดเป็นเครื่องหมาย ของความโรแมนติค จึงไม่น่าประหลาดใจ เลยว่าในช่วงยุคกลางวาเลนไทน์เป็นนักบุญ ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดในอังกฤษและฝรั่งเศส ต่อมาพระในนิกายโรมันคาทอลิกจึงเลือกให้ วันที่ 14 กุมภาพันธ์ เป็นวันเฉลิมฉลอง เทศกาลแห่งความรักและดูเหมือนว่ายัง คงเป็นธรรมเนียมที่ชายหนุ่มจะเลือก หญิงสาวที่ตนเองพึงใจในวันวาเลนไทน์ สืบต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้
วาเลนไทน์ ในแต่ละประเทศจะมีประเพณีหรือการ ปฏิบัติที่แตกต่างกันบ้าง แต่โดยรวมแล้ว จะมีการเฉลิมฉลองและเป็นการแสดงถึง ความรักที่มีระหว่างกัน ต่อมาเมื่อความ เจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีทางด้าน การพิมพ์เข้ามาเกี่ยวข้องมีการพิมพ์บัตร อวยพรโดยเข้ามาแทนที่จดหมายที่ เขียนด้วยลายมือ และปัจจุบันก็มีการส่ง บัตรอวยพรทางออนไลน์เพื่อแสดงถึงความ ก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศที่ช่วย ให้คนที่ต้องการแสดงความรักความห่วงใย ถึงคนที่รักได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ประวัติ วันวาเลนไทน์นี้ เป็นเรื่องที่เล่าต่อๆกันมา จนถึงปัจจุบัน เท่าที่ค้นหามาได้นี้เป็นเพียง หนึ่งในหลายๆเรื่องเท่านั้น แต่ไม่ว่าประวัติ ที่แท้จริง จะเป็นอย่างไรก็ตาม ใน ปัจจุบัน นี้เราได้ถือว่าวันวาเลนไทน์เป็น วันสำคัญวันหนึ่งในประวัติศาสตร์เลยที เดียว คุณสามารถส่งดอกไม้ ขนมและ การ์ด เพื่อบอกความนัยให้แก่คนพิเศษ ของคุณ วันนี้จะเป็นวันที่เราส่งความรู้สึก ดีๆให้แก่กัน...




นักบุญวาเลนไทน์

นักบุญวาเลนไทน์ ทำให้จักรพรรดิที่โรมเกิดความสำนึก และผู้พิพากษาได้กลับใจมาเป็นคาทอลิกเพราะท่านนักบุญทำให้บุตรสาวของเขาหาย จากตาบอด
วา เลนไทน์ บวชเป็นพระสงฆ์ที่กรุงโรมและได้เป็นพระสังฆราชในเวลาต่อมา ท่านได้ถูกจับโดยคำสั่งของจักรพรรดิโกลดิโอ ที่ 2 เพราะท่านขึ้นชื่อลือเด่นในทางบำเพ็ญฤทธิ์กุศลหลายประการ ขั้นแรกจักรพรรดิทรงซักถามวาเลนไทน์ด้วยความอยากรู้อยากเห็น แต่ต่อมาทรงรู้สึกสนพระทัยในคำสอนของคริสตัง ในที่สุดพระองค์ตรัสว่า :“คำสอนของบุรุษผู้นี้ฟังแล้วจับใจจริง ๆ “ แต่ในขณะที่พระองค์ทรงเริ่มมีความเชื่อ ท่านผู้ว่าราชการกรุงโรมก็จัดให้ผู้พิพากษานายหนึ่งเข้ามาซักถามท่านวาเลนไทน์ ผู้พิพากษาคนนี้เยาะเย้ยท่านในเรื่องที่คริสตังชอบกล่าวว่า “พระคริสต์ทรงเป็นองค์ความสว่างของโลก”
ลูกสาวของผู้พิพากษาคนนี้ตาบอด วาเลนไทน์ได้ทำอัศจรรย์ให้หายได้ อัสเตริอุส ผู้พิพากษาจึงกลับใจเชื่อถึงพระเยซูคริสตเจ้า เมื่อเห็นดังนั้น ท่านผู้ว่าราชการเกิดความอิจฉา และต้องการกำจัดท่านวาเลนไทน์ จึงจับท่านวาเลนไทน์ไปขังไว้ในคุกมืด แล้วใช้ไม้เป็นปุ่มเป็นตาเฆี่ยนท่านอย่างสาหัส ที่สุดก็นำท่านไปตัดศีรษะ นักบุญวาเลนไทน์เป็นองค์อุปถัมภ์ของชาวเมืองตารัสก็อง(ภาคใต้ของฝรั่งเศส)



การส่งดอกไม้วันวาเลนไทน์


มนุษย์ได้ใช้ดอกไม้เป็นสื่อในการแสดงความรักต่อกันมานานแล้ว เราอาจจะคิดว่าดอกไม้เป็นสิ่งที่สามารถใช้สื่อความหมายเฉพาะความรักของหนุ่มสาวเท่านั้น แต่แท้จริงแล้วดอกไม้แต่ละชนิดสามารถสื่อความรักได้หลายรูปแบบ ทั้งยังไม่จำกัดอายุและเพศอีกด้วย
กุหลาบแดง (Red Rose) : จะใช้ในความหมายแทน ประโยคที่ว่า "ฉันรักเธอ"
กุหลาบขาว (White Rose) : กุหลาบขาวแทนความหมายแห่งความรักอันบริสุทธิ์
กุหลาบชมพู (Pink Rose) : มักถูกใช้แทนความรักแบบโรแมนติก และความเสน่หาต่อกัน
กุหลาบเหลือง (Yellow Rose) : สีเหลืองเป็นสีแห่งความสดใส แทนความรักแบบเพื่อน


.. ทำไมจึงชื่อ " วันวาเลนไทน์ " ..

วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น วันวาเลนไทน์ ซึ่งพวกหนุ่มสาวมักจะรีบไปซื้อบัตรส่งทักทายกันส่งใจถึงกัน นับเป็นความนิยมมากขึ้น ประเพณีนี้เข้ามาสู่ประเทศไทยทีละเล็กละน้อย และดูเหมือนจะเป็นที่นิยมมากขึ้นทุกปี เป็นประเพณีที่หนุ่มสาวนิยมกันมากเป็นพิเศษที่สหรัฐอเมริกาและที่ประเทศอังกฤษทำไมจึงมีชื่อว่า “ วันวาเลนไทน์ ” และความหมายที่แท้จริงของวันนี้คืออะไร? และมาจากไหน?นักบุญ วาเลนไทน์ (Valentine) เป็นสงฆ์คาทอลิกองค์หนึ่งที่ได้ถูกประหารชีวิตในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ คริสตศักราช 270 ในสมัยพระเจ้าจักรพรรดิโรมัน เกลาดิอุส ที่ 2 ( Clanoius) โดยแท้จริงแล้วท่านนักบุญไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประเพณีการเลือกคู่ หรือหาคู่ หรือหาแฟน หรือความรัก ความสนใจระหว่างหนุ่มสาว ท่านก็ไม่ได้ไปเกี่ยวข้องด้วยเลย ถ้าเช่นนั้นแล้ว ทำไมจึงเลือกนักบุญองค์นี้มาเป็นองค์อุปถัมภ์สำหรับผู้ที่กำลังหาคู่ เลือกคู่หรือเลือกแฟนกันได้เล่า ? เหตุผลที่ค้นพบได้ก็คือ ที่มาของวันวาเลนไทน์ ไม่ขึ้นอยู่กับคนผู้นี้ แต่ขึ้นอยู่กับวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ประเพณีเลือกคู่ หรือหาคู่นี้มีมาแต่โบร่ำโบราณในทุกชาติ ดูเหมือนกับว่าได้เกิดขึ้นพร้อมกับวิวัฒนาการของมนุษย์ก็ว่าได้ ประเพณี วาเลนไทน์ นี้ก็มีต้นเหตุหรือ ที่มาสมัยที่จักรวรรดิโรมันแผ่อิทธิพลไปทั่ว ชาวโรมันสมัย โบราณมีการฉลองเทพเจ้าองค์หนึ่งชื่อ ลูแปร์คูส (Lupercus) ซึ่งตรงกับวันที่ 15 กุมภาพันธ์ และถือว่าเป็นการฉลองใหญ่ ส่วนหนึ่งของการฉลองใหญ่นี้ก็จะเป็นการจัดงานหาคู่ของพวกหนุ่มสาว ซึ่งจัดขึ้นในวันก่อนวันฉลองใหญ่ 1 วัน คือวันที่ 14 กุมภาพันธ์ นี้จะถือโอกาสให้พวกหนุ่มสาวเสนอตัวเป็นคนรักกันชั่วระยะเวลา 1 ปี ช่วงนี้จะเรียกว่าเป็นช่วงทดลองมิตรภาพเพื่อดูว่าทั้งคู่จะมีนิสัยใจคอเข้ากันได้หรือไม่ ชาวโรมันเป็นคนศรัทธาในเทพเจ้า และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ก็มีความเชื่อกันว่าพวกตนมีเทพเจ้าองค์หนึ่งซึ่งเขาขอให้เป็นผู้ดูแลความรักของเขาในระหว่างช่วงระยะเวลาการทดลองเป็นคู่รักกัน 1 ปี นั้น เทพเจ้าองค์นี้เป็นหญิงชื่อเทพธิดา Juno Februata ซึ่งตาม เทพนิยายของชาวโรมันเป็นมเหสีของ Jupiter องค์มหาเทพเจ้าทั้งหลายครั้นต่อมา เมื่อชาวโรมันส่วนใหญ่กลับใจมาถือศาสนาคริสต์ (ตั้งแต่ปลายศตวรรษที่ 4 ) ประเพณีของหนุ่มสาวที่จะหาคู่เพื่อทดลองเป็นคนรักกัน เพื่อจะแต่งงานกันในเวลาต่อไปนั้นก็ยังนิยมทำกันอยู่ แม้ว่าจะเป็นคริสตชนแล้วก็ตาม ฉะนั้นเขาก็ยังรักษาประเพณีการเลือกคู่ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์นั้นอยู่ตลอดมา เพียงแต่ว่าหนุ่มสาว โรมันชาวคริสต์ได้หันมาเปลี่ยนตัวผู้อุปถัมภ์องค์ใหม่ เพราะคริสตชนไม่นับถือเทพเจ้าหรือเทพธิดาอย่างกาลก่อน เขาจึงหันมาเลือกหานักบุญในคริสตศาสนาที่มี วันฉลองในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ซึ่งก็มี นักบุญวาเลนไทน์องค์นี้เอง จึงขอยืมชื่อท่านมาเป็นองค์อุปถัมภ์แทนเทพเจ้าเดิมของชาวโรมัน เรื่องราวความเป็นมามีดังนี้ ฉะนั้นถ้าท่านนักบุญมีชีวิตอยู่ท่านอาจรู้สึกงงงวยในตำแหน่งที่หนุ่มสาวได้เลือกตั้งและแต่งตั้งให้ท่านเป็นผู้อุปถัมภ์ โดยที่ท่านไม่ได้รู้เรื่องทางโลกของหนุ่มสาวด้วยเลยแม้แต่น้อยความรักระหว่างหนุ่มสาวนั้นอาจจะเผชิญกับอันตรายบางอย่าง และอาจจะเป็นโอกาสให้พลังและความรักนั้นทำลายความสัมพันธ์อันสูงส่งระหว่างหนุ่มสาวนั้นเอง ความหมายของการมี วันวาเลนไทน์ นี้ก็คือการช่วยหนุ่มสาวหาวิธีการเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันด้วยใจบริสุทธิ์ความหมายเห็นได้ชัดในคำว่า “You are my Valentine” ที่มักจะเขียนลงในบัตรส่งใจถึงกันและกัน ประโยคตามความหมายเดิม หมายถึงว่า “ข้าพเจ้าขอเสนอตัวเป็นเพื่อนสนิทของท่านในช่วงเวลา 1 ปี และข้าพเจ้าพร้อมที่จะตกลงแต่งงานกับท่าน ถ้ามิตรภาพของเรานี้เป็นสิ่งที่ยืนยง”
ลักษณะความสัมพันธ์ระหว่างหนุ่มสาวที่จะช่วยให้ก้าวหน้าในความรักที่แท้จริงนั้น ก็ควรจะประกอบด้วย 3 ข้อด้วยกัน ดังนี้
1. ให้รู้จักกันทั้งในด้านดี ในด้านเสีย และข้อผิดพลาดซึ่งต่างก็มีอยู่ และยอมรับซึ่งกันและกันในข้อเหล่านั้น 2. ให้เคารพและเห็นใจกัน โดยเสียสละต่อกันเพื่อให้คนรักของตนได้รับความดี และความสุขใจในทางที่บริสุทธิ์งดงาม3. ให้มีการปรับปรุง และเปลี่ยนนิสัยของตนในส่วนที่บกพร่อง เพื่อจะอยู่กันด้วยความสุขในอนาคต
ลักษณะทั้งสามดังกล่าวนี้ คงจะเป็นประโยชน์สำหรับหนุ่มสาวไทยไม่เฉพาะ ในวันวาเลนไทน์หรือสำหรับกลุ่มที่นิยมประเพณีต่างประเทศเท่านั้น แต่สำหรับทุกคู่ที่แสวงหาวิธีการเพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันอัน จะนำไปสู่ความรักที่มั่นคงและยั่งยืนชั่วชีวิต

.. คิวปิด ..

คนทั่วไปรู้จัก คิวปิด ในภาพของเด็กน่ารักที่มีปีก มือถือคันธนูกับลูกศรและมีชื่อเสียงในเรื่องการยิงศรรักปักหัวใจของใครต่อใคร ศรรักของ คิวปิด หมายถึงความปรารถนาและอารมณ์แห่งความรัก คิวปิด จะเล็งลูกศรไปที่พระเจ้าและมนุษย์เพื่อทำให้พระเจ้ากับมนุษย์รักกันคิวปิดมักจะมีบทบาทในการเฉลิมฉลองความรัก ในกรีกโบราณ คิวปิด เป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า เอโรส ลูกชาย แอฟโพไดท์ เทพธิดาแห่งความรักและความสวยงามแต่สำหรับพวกโรมัน เขาคือ คิวปิด และแม่ของเขาคือ วีนัส มีเรื่องน่าสนใจพอสมควรเกี่ยวกับ คิวปิด และ ไซคี เจ้าสาวของเขาในเทพนิยายโรมัน ผมขอแนะนำผู้อ่านให้รู้จักคู่รักของ คิวปิด สักนิดนะครับว่าเธอเป็นเทพธิดารูปงามในนิยายกรีกโบราณมีปีกเป็นผีเสื้อ และเพราะความงามนี้เองที่ทำให้ วีนัส อิจฉา นางจึงได้สั่ง คิวปิด ให้ลงโทษว่าที่ลูกสะใภ้เสีย แต่ คิวปิด ตกหลุมรักเธอเกินกว่าที่จะทำตามความต้องการของแม่ ดังนั้น แทนที่จะลงโทษเธอ คิวปิด กลับเอาเธอเป็นภรรยาเสียเลย แต่เนื่องจาก ไซคี มิได้เป็นอมตะ เธอจึงถูกห้ามมิให้มองเขา (ตรงนี้ผมไม่ทร าบเหมือนกันนะครับว่าเป็นไปได้อย่างไรที่ได้เธอเป็นภรรยาแล้วภรรยามองไม่ได้ แต่อย่าไปคิดอะไรมากนะครับ เพราะเทพนิยายฝรั่งก็ไม่แตกต่างอะไรไปจากละครน้ำเน่าบ้านเรา) หลังจากตกเป็นภรรยาของ คิวปิด แล้ว ไซคี ก็มีความสุขเรื่อยมา (ก็แหงละ) จนกระทั่งพี่สาวของเธอได้รบเร้าให้เธอมอง คิวปิด ทันทีที่เธอมอง คิวปิด คิวปิด ก็ลงโทษเธอด้วยการทิ้งเธอไปทันที พร้อมกันนั้นปราสาทและสวนอันสวยงามของเธอก็ต้องมลายหายไปด้วย หลังจากนั้นไซคี ก็พบว่าตัวเองอยู่ตามลำพังในทุ่งโล่งแห่งหนึ่งซึ่งไม่มีร่องรอยของสิ่งมีชีวิตอื่นๆหรือ คิวปิด ปรากฏให้เห็นเลย ในขณะที่เธอออกเดินทางค้นหาคนรักของเธอนั้น เธอก็มาถึงวิหารของ วีนัส โดยบังเอิญ เมื่อ วีนัส เทพธิดาแห่งความรักพบว่า ไซคี ยังมีชีวิตอยู่ เธอก็ปราถนาที่จะ ทำลาย ไซคี ด้วยการให้งานที่หนักและอันตรายเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ งานสุดท้ายที่ ไซคี ได้รับมิใช่งานขับเครื่องบินชนตึกเวิร์ลเทรดครับ หากแต่เธอได้รับกล่องใบหนึ่งมาและได้ถูกสั่งให้ลงไปยังใต้โลกเพื่อเอา ความงามของ โพรเซอร์พีน ภรรยาของ พลูโต ใส่กล่องใบนี้มา ในระหว่างที่เธอเดินทางอยู่นั้น เธอก็ได้รับคำแนะนำให้รู้จักการหลีกเลี่ยงอันตรายจากอาณาจักรแห่งความตาย นอกจากนั้นแล้ว เธอยังได้ถูกเตือนมิให้เปิดกล่องใบนั้นอีกด้วย แต่เพราะทนไม่ไหวหรือเพราะความอยากรู้อยากเห็นหรืออะไรก็ไม่ทราบ เธอได้เปิดกล่องใบนั้น แต่แทนที่จะพบกับความงาม เธอกลับต้องหลับเป็นตาย ต่อมา คิวปิด ได้มาพบร่างอันไร้ชีวิตของเธอบนพื้นดิน เขาจึงได้นำเอาอาการหลับเป็นตายออกจากร่างของเธอและนำมันไปเก็บไว้ในกล่อง หลังจากนั้น คิวปิด ก็ได้ให้อภัยเธอเช่นเดียวกับ วีนัส เมื่อเทพเจ้าทั้งหลายเห็นความรักที่เธอมีต่อ คิวปิด จึงได้ตั้งให้เธอเป็นเทพธิดาองค์หนึ่งปัจจุบันนี้รูป คิวปิด แผลงศรเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักที่ผู้คนมักนิยมใช้กัน และเมื่อศรรักของ คิวปิด พุ่งโดนหัวใจหนุ่มสาวคนใดในวันวาเลนไทน์ หนุ่มสาวคนนั้นก็จะออกอาการ "สติวปิ้ด" จากศรรักของ คิวปิด ขึ้นมาทันที อาการนี้จะเห็นได้จากการส่งดอกกุหลาบสีแดง ส่งช็อคโกแล็ต การส่งบัตรอวยพรและอื่นๆ อีกครับ หมายเหตุท้ายบท : "สติวปิ้ด" เป็นภาษาอังกฤษแปลว่า "โง่" ครับ เหมือนคำบางคำที่เราอาจเคยได้ยินว่า "ความรักบางครั้งก็ทำให้คนตาบอด และ มองไม่เห็นข้อบกพร่องของคนที่เรารัก"


.. ชอคโกแลตกับวันวาเลนไทน์ ..


ในวันวาเลนไทน์ที่ประเทศญี่ปุ่น ฝ่ายหญิงนิยมที่จะมอบชอคโกแลตให้กับฝ่ายชาย (ส่วนผู้ชายจะมอบของขวัญตอบแทนให้กับผู้หญิงในวันที่ 14 มีนาคม ซึ่งเรียกวันนั้นว่า White Day หรือ วันสีขาว) ความนิยมการมอบชอคโกแลตนั้นเกิดขึ้นมาจากการใช้เครื่องมือทางการตลาดของบริษัทผลิตชอคโกแลต ผู้หญิงญี่ปุ่นถูกกระตุ้นให้บอกรักอย่างชัดเจนกับผู้ชายโดยการมอบชอคโกแลตและของขวัญชนิดอื่นในวันที่ 14 กุมภาของทุกปี ร้านขายของชำ ห้างสรรพสินค้า และร้านสะดวกซื้อจะขายชอคโกแลตที่หลากหลายมาก ไม่ว่าจะเป็น ชอคโกแลตที่ผลิตในประเทศหรือนำเข้ามาจากต่างประเทศ มากกว่าครึ่งหนึ่งของยอดขายชอคโกแลตทั้งปีนั้น จะมาจากช่วงวันวาเลนไทน์ เหตุก็เพราะผู้หญิงแดนอาทิตย์อุทัยจะซื้อชอคโกแลตเพื่อแจกให้กับทั้งเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า เพื่อนชาย พี่ชาย คุณพ่อ สามี แฟน และผู้ชายที่เธอรู้จักและมีความยินดีที่จะมอบให้ ชอคโกแลตที่มอบให้กับผู้ชายที่เธอไม่ได้หลงรัก ถูกเรียกว่า “giri-choco” (แปลว่า ชอคโกแลตที่ให้ตามหน้าที่ หรือ ชอคโกแลตตามมารยาท) เช่น ชอคโกแลตที่มอบให้กับเพื่อนร่วมงาน หรือกับหัวหน้างานเป็นต้น ผู้ชายส่วนใหญ่จะรู้สึกอับอายอย่างมาก ถ้าพวกเขาไม่ได้รับชอคโกแลตในวันนี้ ผู้หญิงจึงพยายามมอบ giri-choco กับผู้ชายที่รู้จักทุกคน เพียงเพื่อไม่ให้ผู้ชายต้องมีความรู้สึกว่าตัวเขานั้นไม่ได้รับการใส่ใจ ราคาโดยเฉลี่ยของ giri-choco ตกประมาณอันละ 100 – 300 เยน ผู้หญิงบางกลุ่มมีแนวโน้มที่จะให้ของขวัญพิเศษกับคนที่ตนรัก เช่น เนคไทค์ และเสื้อผ้าควบคู่ไปกับชอคโกแลตด้วย ชอคโกแลตประเภทนี้จะเรียกว่า "honmei-choco." (แปลว่า ผู้ชนะที่คาดหวังไว้ prospective winner) Honmei-choco จะมีราคาที่แพงกว่า giri-choco และบางครั้งจะเป็นชอคโกแลตทำเอง ซึ่งผู้ชายที่ได้รับนั้นถือว่าโชคดีมาก ชอคโกแลตญี่ห้อดังของญี่ปุ่นได้แก่ Glico, Meiji และ Morinaga แต่ผู้ชายบางคนมักจะพอใจกับชอคโกแลตทำเองมากกว่า เพราะมันจะแสดงออกถึงความตั้งใจของคนทำนั่นเอง

ที่มา http://www.educatepark.com/english/valentines.php

วันศุกร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ระบบสารสนเทศ (Information System)

ระบบสารสนเทศ (Information System) คือ ขบวนการประมาลผลข่าวสารที่มีอยู่ ให้อยู่ในรูปของข่าวสารที่เป็นประโยชน์สูงสุด สารสนเทศจึงเป็นระบบที่ได้จัดตั้งขึ้นเพื่อปฎิบัติการเกี่ยวกับข้อมูลดังต่อไปนี้


1. รวบรวมข้อมูลทั้งภายในและภายนอก ซึ่งจำเป็นต่อหน่วยงาน

2. จัดทำเกี่ยวกับข้อมูลเพื่อให้เป็นสารสนเทศที่พร้อมจะใช้ประโยชน์ได้

3. จัดให้มีระบบเก็บเป็นหมวดหมู่

4. มีการปรับปรุงข้อมูลเสมอ เพื่อให้อยู่ในสภาพที่ถูกต้องทันสมัยตลอดเวลา



เทคโนโลยีสารสนเทศ(Information Techolgy)


เทคโนโลยีสารสนเทศ(Information Techolgy) คือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บ ประมวลผลและการเผยแพร่สารสนเทศ เพื่อช่วยให้ได้สารสนเทศที่มีประสิทธิภาพและรวดเร็วทันต่อเหตุการณ์

1. เครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ หมายถึงเครื่องคอมพิวเตอร์ เครื่องใช้สำนักงาน อุปกรเกี่ยวกับโทรคมนาคมต่างๆ รวมทั้ง Software สำเร็จรูป

2.กระบวนการในกสนนำอุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ ข้างต้นมาใช้งาน เพื่อรวบรวม จัดเก็บ ประมวล แสดงผลลัพธ์เป็นสารสนเทศในรูปแบบต่าง ๆ


ระบบสารสนเทศที่ใช้ในองค์กรแบ่งเป็น 7 ประเภท คือ


(1) ระบบการประมวลผลทางธุรกิจ (Transaction Processing System : TPS)


ระบบการประมวลผลทางธุรกิจ มักเป็นการประมวลผลต่อวัน เช่น การรับ - จ่ายบิล ระบบนี้เป็นระบบสารสนเทศลำดับแรกที่ได้รับ การพัฒนาให้ใช้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ ลักษณะเด่นของระบบ TPS คือการทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำงานง่าย ไม่ยุ่งยาก สิ่งที่องค์กรจะได้รับเมื่อใช้ระบบนี้ คือ


- ลดจำนวนพนักงาน

- องค์กรจะมีการบริการที่สะดวกรวดเร็ว

- ลูกค้ามีจำนวนเพิ่มมากขึ้น



(2) ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ (Mangement Information System : MIS)


ระบบสารสนเทศเพื่อการจัดการ คือ ระบบที่เกี่ยวข้องกับผู้บริหารที่ต้องการ การประมวลผลของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ให้ประโยชนืมากกว่าการช่วยงานแบบต่อวัน MIS จึงมีความสามารถในการคำนวณเปรียบเทียบข้อมูล นอกจากนั้นระบบนี้ยังสามารถสร้างสารสนเทศที่ถูกต้องทันสมัย

คุณสมบัติของระบบ MIS คือ


- ระบบ MIS สนับสนุนการทำงานของระบบประมวลผลข้อมูลและการจัดเก็บข้อมูลรายวัน

- ระบบ MIS จะใช้ฐานข้อมูลที่รวมเข้าด้วยกัน และสนับสนุนการทำงานของฝ่ายต่าง ๆ ในองค์กร

- ระบบ MIS จะช่วยให้ผู้บริหารระดับต้น ระดับกลาง ระดับสูงเรียกใช้ข้อมูลที่เป็นโครงสร้างได้ตามเวลา

- ระบบ MIS จะมีความยืดหยุ่นและสามารถรับรองความต้องการข้อมูลที่เปลียนแปลง

- ระบบ MIS ต้องมีระบบรักษาความลับของข้อมูล


(3) ระบบช่วยตัดสินใจ (Decision Support System : DSS)

ระบบช่วยตัดสินใจ หมายถึง ระบบที่ทำหน้าที่จัดเตรียมสารสนเทศ เพื่อช่วยในการตัดสินใจ หากเป็นการใช้โดยผู้บริหารระดับสูง เรียกว่า "ระบบสนับสนุนการตัดสินในเพื่อผู้บริหารระดับสูง"(Executive Support System : ESS) บางครั้งสารสนเทศที่ TPS และ MIS ไม่สามารถช่วยให้ผู้บริหารตัดสินใจได้จำเป็นต้องพัฒนาระบบช่วยตัดสินใจ DSS ขึ้น เพื่อช่วยในการตัดสินใจภายใต้ผลสรุป


คุณสมบัติระบบ DSS คือ

- ระบบ DSS จะต้องช่วยผู้บริหารในกระบวนการตัดสินใจ

- ระบบ DSS จะต้องถูกออกแบบมาให้สามารถเรียกใช้ทั้งข้อมูลแบบกึ่งโครงสร้าง

- ระบบ DSS จะต้องสามารถสนับสนุนผู้ตัดสินใจได้ในทุกระดับแต่จะเน้นที่ระดับการวางแผนบริหาร

- ระบบ DSS มีรูปแบบการใช้งานอเนกประสงค์ มีความสามารถในการจำลองสถานการณ์

- ระบบ DSS ต้องเป็นระบบที่โต้ตอบกับผู้ใช้ได้ สามารถใช้งานได้ง่าย

- ระบบ DSS ต้องสามารถปรับให้เข้ากับความต้องการข่าวสารในสภาพการณ์ต่าง ๆ

- ระบบ DSS ต้องมีกลไกช่วยให้สามารถใช้ข้อมูลที่ต้องการได้รวดเร็ว

- ระบบ DSS ต้องสามารถติดต่อกับฐานข้อมูลขององค์กรได้

- ระบบ DSS ต้องทำงานโดยไม่ขึ้นกับระบบการทำงานตามตารางเวลา

- ระบบ DSS มีความยืดหยุ่นพอที่จะรองรับรูปแบบการบริหารแบบต่าง ๆ

(4) ระบบสารสนเทศเพื่อผู้บริหารระดับสูง (Executive Information System : EIS)

ระบบสารสนเทศเพื่อผู้บริหารระดับสูง คือ EIS ประเภทพิเศษที่ถูกพัฒนาสำหรับผู้บริหารระดับสูงโดยเฉพาะช่วยให้ผู้บริหารระดับสูงได้คุ้นเคยกับเครื่องคอมพิวเตอร์

คุณสมบัติของระบบ EIS

- มีการใช้งานบ่อย

- ไม่ต้องมีทักษะทางคอมพิวเตอร์สูง

- ความยืดหยุ่นสูงสามารถเข้ากันได้

- การใช้งานใช้ในการตรวจสอบ

- การสนับสนุนการตัดสินใจ

- ผลลัพธ์ที่แสดงจะเป็นตัวอักษร ตาราง ภาพและเสียง

- การใช้งาน ภาพกราฟิกสูง

- ความในการตอบสนองรวดเร็ว


ข้อด้อยของระบบ EIS


- มีข้อจำกัดในการใช้งานบอย

- อาจจะทำให้ผู้บริหารจำนวนมากรู้สึกว่าได้รับข้อมูลมากเกินไป

- ยากต่อการประเมินผล

- ไม่สามารถทำการคำนวณที่ซับซ้อนได้

- ระบบอาจจะใหญ่เกินกว่าที่จะจัดการได้

- ยากต่อการรักษาข้อมูลให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา

- ก่อให้เกิดปัญหาการรักษาความลับของข้อมูล


(5) ระบบสำนักงานอัติโนมัติ (Office Automation System : OAS)

ระบบสำนักงานอัตโนมัติ หมายถึง ระบบสารสนเทศที่ใช้บุคลากรน้อยที่สุด OAS มีจุดมุ่งหมายให้ป็นระบบที่ไม่ใช้กระดาษข่าวสาร ซึ่งมีรูปแบบในการใช้งาน 2 ลักษณะ คือ

1. รูปแบบของระบบงานพิมพ์และการประมวลผลทางอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่ การสือสารด้วยข้อความ E- Mail . FAX

2. รูปแบบการประชุมทางไกลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่น การประชุมทางไกลแบบมีเสียง (Audio Conferencing) การประชุมแบบทางไกลแบบมีภาพและเสียง (Video - ferencing)


สำนักงานที่จัดว่าเป็นสำนักงานอัตโนมัติ ต้องประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ คือ

1. Networking System คือ ระบบข่ายงานที่เชื่อมโยงระบบคอมพิวเตอร์ระหว่างกันทั่วองค์กร

2. Electronic Data Interchange คือ การสื่อสารข้อมูลข่าวสารระหว่างกัน

3. Internet Working (Internet) คือ การรวมตัวของระบบข่ายงาน ที่กระจายอยู่ทั่วโลก

4. Paperless System คือ ระบบที่ไม่ได้ใช้กระดาษ อาทิ Pos Of Sale (POS) เป็นการขายแบบมีการบันทึกรายการขาย Electronic Funds Transfer (EFT) เป็นระบบโอนเงินอัตโนมัติของธนาคารโลก


(6) ระบบผู้เชี่ยวชาญ (Artificial Intelligence / Expert System : AI/ES)

ระบบผู้เชี่ยวชาญ หมายถึง ระบบที่ทำให้เครื่องคอมพิวเตอร์กลายเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขาใดสาขาหนึ่งคล้ายกับมนุษย์ ซึ่งเป็นความสามารถเฉพาะที่ทำให้ระบบคอมพิวเตอร์สามารถตัดสินใจได้เอง

(7) ระบบ Call Center

- สามารถตอบสนองได้อย่างสมบูรณ์แบบและมีประสิทธิภาพ

- สนับสนุนให้บริการช่วยเหลือทางด้านเทคนิคการให้บริการข้อมูลข่าวสารที่ต้องการประชาสัมพันธ์

- ลดค่าใช้จ่ายในการติดต่อสื่อสารที่ซับซ้อน และที่สำคัญที่สุด คือ ได้รับบริการที่ตอบสนองความต้องการและความพึงพอใจสูงสุด


ระบบสารสนเทศในองค์กรต่าง ๆ จะมีการเก็บรวบรวมข้อมูลจากระดับปฎิบัติการ และทำการประมวลผล ระบบสารสนเทศในองค์กรสามารถแทนได้ด้วยภาพพีรามิด ตามรูป







แสดงโครงสร้างการใช้ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารในระดับต่างๆในองค์กร



จากภาพจะเห็นได้ว่าโครงสร้างระบบสารสนเทศแบบปิรามิดนั้น มีฐานที่กว้างและบีบแคบขึ้นไปถึงยอดบนสุด หมายความว่า สารสนเทศที่ใช้งานจะมีมากในระดับล่างและลดหลั่นไปตามลำดับจนถึงยอดบนสุด บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับระบบสารสนเทศได้แก่

- ระดับปฏิบัติการ บุคลากรในระดับนี้จะเกี่ยวข้องกับงานที่ต้องกระทำซ้ำๆกัน และเน้นไปที่การจัดการ รายงานประจำวัน เช่น เจ้าหน้าที่ป้อนข้อมูลการสั่งซื้อ แคชเชียร์ พนักงานรับจองตั๋วเครื่องบิน เป็นต้น

- ระดับวางแผนปฏิบัติการ บุคลากรในระดับนี้ จะเป็นผู้บริหารขั้นต้นซึ่งมีหน้าที่ควบคุมการปฏิบัติงานประจำวัน หรือการบริหารงานในระยะสั้นๆเช่น รายงานสรุปผลการขายในแต่ละไตรมาสของพนักงานขายแต่ละคน เป็นต้น

- ระดับการวางแผนการบริหาร บุคลากรในระดับนี้จะเป็นผู้บริหารในระดับกลาง มีหน้าที่ในการวางแผนให้บรรลุเป้าหมายต่างๆของบริษัท เช่น รายงานผลการขายประจำปีของบริษัทเปรียบเทียบกับคู่แข่ง

- ระดับการวางแผนยุทธศาสตร์ระยะยาว ผู้บริหารระดับนี้จะเป็นผู้บริหารระดับสูงสุด ซึ่งเน้นในการวางนโยบาย สารสนเทศที่ต้องการ จะอยู่ในรูปรายงานสรุป การวิเคราะห์แนวโน้มต่างๆ



♀♀♀♀♀♀♀♀♀♀♀♀♀♀♀

วันพฤหัสบดีที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2551

เกาะช้างสถานที่น่าเที่ยวในเทศกาลปีใหม่ •◘•




หมู่เกาะช้าง จังหวัดตราด











หมู่เกาะช้างเป็นอุทยานแห่งชาติที่ประกอบด้วยเกาะใหญ่น้อยมากกว่า 52 เกาะ ทั้งยังมีเกาะที่เป็นโขดหินกลางทะเลอีกจำนวนมาก โดยมีเกาะช้างเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและมีชื่อเสียงของจังหวัดตราด ตั้งอยู่ในท้องที่กิ่งอำเภอเกาะช้างและกิ่งอำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด เกาะหลายแห่งมีทิวทัศน์สวยงาม หาดทรายขาว และน้ำทะเลใสสะอาด เช่น เกาะง่าม บางแห่งมีปะการังใต้น้ำที่คงความสมบูรณ์ตามธรรมชาติ เช่น เกาะหวาย และหมู่เกาะรัง


ในปี พ.ศ. 2510 จังหวัดตราดได้ให้ นายสมศักดิ์ เผื่อนด้วง ไปทำการสำรวจบริเวณน้ำตกธารมะยม และได้ส่งรายงานการสำรวจเบื้องต้นของน้ำตกธารมะยม ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะช้าง อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด ให้กรมป่าไม้พิจารณาจัดตั้งเป็นวนอุทยาน ซึ่งในปี 2516 กรมป่าไม้ได้ให้ความเห็นชอบในหลักการให้จัดตั้ง " วนอุทยานน้ำตกธารมะยม " และกรมป่าไม้ได้มีหนังสือให้จังหวัดตราดรับงานจัดตั้งวนอุทยานน้ำตกธารมะยมไปดำเนินการในปี 2517 ซึ่งในปี 2518 จังหวัดตราดได้ให้ นายทนง โหตรภวานนท์ พนักงานป่าไม้ตรี ไปดำเนินการจัดตั้งวนอุทยานน้ำตกธารมะยม


ต่อมาคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติได้มีมติในการประชุมครั้งที่ 2/2524 เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2524 ให้ดำเนินการจัดบริเวณเกาะช้างและเกาะกูด จังหวัดตราด เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลอีกแห่งหนึ่ง กรมป่าไม้จึงมีคำสั่งให้นายเรืองศิลป์ ประกรศรี นักวิชาการป่าไม้ 4 ไปทำการสำรวจหาข้อมูลรายละเอียด ทั้งดำเนินการปรับปรุงวนอุทยานน้ำตกธารมะยม เพื่อยกฐานะเป็นอุทยานแห่งชาติต่อไป จากรายงานข้อมูลการสำรวจตามหนังสือวนอุทยานน้ำตกธารมะยมพบว่า เกาะช้างและเกาะบริวารสภาพทั่วไปมีทิวทัศน์สวยงาม มีน้ำตก และสัตว์ป่าหลายชนิดอาศัยอยู่ ตลอดจนในอดีตน่านน้ำบริเวณทิศตะวันออกของเกาะช้างได้เกิดเหตุการณ์ขึ้นในสมัยอินโดจีน กล่าวคือ เรือรบหลวงสงขลา เรือรบหลวงชลบุรี และเรือรบหลวงธนบุรีได้ทำการยุทธนาวีกับเรือรบฝรั่งเศสจำนวน 7 ลำ อย่างห้าวหาญ เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2484 วีรกรรมครั้งนี้ได้รับการจารึก ไว้ในประวัติศาสตร์ของกองทัพเรือ


เพื่ออนุรักษ์น่านน้ำประวัติศาสตร์และสภาพธรรมชาติของหมู่เกาะในทะเล กองอุทยานแห่งชาติ กรมป่าไม้ ได้นำเสนอคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ซึ่งมีมติในการประชุม ครั้งที่ 1/2525 เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2525 เห็นควรจัดตั้งหมู่เกาะช้างเป็นอุทยานแห่งชาติ โดยมีพระราชกฤษฎีกากำหนดบริเวณที่ดินเกาะช้างและเกาะใกล้เคียงในท้องที่ตำบลเกาะช้าง และตำบลเกาะหมาก อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด ครอบคลุมพื้นที่ 406,250 ไร่ หรือ 650 ตารางกิโลเมตร โดยเป็นพื้นน้ำประมาณ 458 ตารางกิโลเมตร หรือ 70 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ เป็นอุทยายแห่งชาติ ซึ่งประกาศไว้ในราชกิจจานุเบกษา เเล่ม 99 ตอนที่ 197 ลงวันที่ 31 ธันวาคม 2525 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 45 ของประเทศไทย















ที่อยู่ : กิ่งอำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด

การเดินทาง : ที่อำเภอแหลมงอบ มีท่าเรือที่สามารถโดยสารไปยังเกาะช้าง ทั้งหมด 3 ท่า ได้แก่- ท่าเทียบเรือแหลมงอบ เรือโดยสารที่ใช้เป็นเรือประมงดัดแปลง ไปขึ้นที่ เกาะช้าง ที่บริเวณบ้านด่านเก่า ค่าเรือโดยสาร 50 บาท ใช้เวลาประมาณ 45 นาที มีเรือออกทุกชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 08.00 – 17.00 น. เรือกลับจากเกาะช้างมีหลายเที่ยว ตั้งแต่เวลา 07.00-16.00 น.


นอกจากนั้นที่บริเวณท่าเรือยังมีตัวแทนรับจองห้องพักของรีสอร์ทต่างๆ ตั้งอยู่ และนักท่องเที่ยวสามารถหาเรือเช่า (เรือประมงดัดแปลงขนาดเล็กจุได้ประมาณ 10 คน) สามารถไปเกาะช้าง และเกาะอื่นๆ ในบริเวณใกล้เคียง ในอัตราวันละประมาณ 3,500-5,000 บาท หรือสามารถติดต่อ คุณแสงจันทร์ สิงหพันธุ์ ห้องอาหารแสงจันทร์ โทร. +66 (0) 3959 7197, +66 (0) 3959 7299


- ท่าเรือเซ็นเตอร์พอยท์เฟอร์รี่ มีเรือเฟอร์รี่ออกทุกวัน จากท่าเรือแหลมงอบไปขึ้นที่ท่าเรือด่านเก่า ที่เกาะช้าง จากท่าเรือแหลมงอบอยู่ห่างลงมาทางใต้ประมาณ 500 เมตร อัตราค่าโดยสารไปกลับราคาคนละ 100 บาท รถยนต์ 4 ล้อ ไปกลับ ฟรี ใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 45 นาที มีเรือออก เที่ยวไป ตั้งแต่เวลา 06.00–18.00 น. เที่ยวกลับ เวลา 06.00–19.00 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. +66 (0) 3953 8196


- ท่าเรือเฟอร์รี่อ่าวธรรมชาติ ไปขึ้นที่เกาะช้างที่ท่าเรือเกาะช้างเฟอร์รี่บริเวณอ่าวสับปะรด มีบริการเรือเฟอร์รี่ ข้ามไปเกาะช้าง ค่าบริการสำหรับรถยนต์ 4 ล้อ พร้อมคนขับข้ามแบบไปเกาะช้างต้องเสียค่าใช้จ่ายคันละ 150 บาท และสำหรับนักท่องเที่ยวราคาคนละ 60 บาท ใช้เวลาในการเดินทาง 45 นาที มีเรือออกทุกๆ 30 นาที เที่ยวไป ตั้งแต่เวลา 07.00–19.00 น. เที่ยวกลับ 07.00–18.00 น. เฟอร์รี่เกาะช้างสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. +66 (0) 3959 7143, +66 (0) 3959 7434, +66 (0) 3952 1661 (เบอร์โทรที่ฝั่งอ่าวสับปะรด) เกาะช้างเฟอร์รี โทร. +66 (0) 3952 8288 - 9


อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้างจะจัดเก็บค่าธรรมเนียมสำหรับบุคคลผ่านเข้าไปในเขตอุทยานฯ โดยจะตั้งบู๊ทบริเวณท่าเรือเฟอร์รี่ทั้ง 3 แห่งบนฝั่งอำเภอแหลมงอบ โดยนักท่องเที่ยวชาวไทยคนละ 20 บาท เด็ก 10 บาท นักท่องเที่ยวต่างประเทศคนละ 200 บาท เด็ก 100 บาท

เวลาให้บริการ : ทุกวัน

ค่าบริการ : สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง100 หมู่ 1 ถนนตราด-แหลมงอบ ตำบลแหลมงอบ อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด 23120

เบอร์โทรศัพท์ : +66 (0) 3955 5080

โทรสาร: +66 (0) 3955 5080


อีเมล์ : reserve@dnp.go.th


เกาะช้าง เป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ รองจากเกาะภูเก็ต ที่เกาะช้าง นอกจากจะมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติทั้งน้ำตก และหาดทรายขาวแล้ว ยังมีวิถีชิวิต ชาวบ้าน ซึ่งเป็นวิถีชีวิตแบบดั้งเดิมที่น่าท่องเที่ยว เป็นอย่างยิ่ง เนื่องด้วยระยะทางที่ไม่ไกลจากกรุงเทพจนเกินไป และที่เกาะช้าง สภาพอากาศที่สามารถเดินทางไปเที่ยวเกือบตลอดทั้งปี หมู่เกาะช้าง จึงเป็นอีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างประเทศนิยมมาอย่างไม่ขาดสาย หาดที่ได้รับความนิยมของเกาะคือ หาดทรายขาว, หาดคลองพร้าว, หาดไก่แบ้, หาดบางเบ้า, โลนลี่ บีช, อ่าวใบลาน, อ่าวคลองสน, หาดไข่มุก, สลักเพชร, บ้านเจ๊กแบ้ และ ด่านเก่า เป็นต้น







การเดินทางกรุงเทพ-เกาะช้าง

เกาะช้าง โรงแรมรีสอร์ท ที่พักที่ เกาะช้าง เว็บไซท์บริการจองรีสอร์ท บังกะโล แบบออนไลน์ ราคาพิเศษ


ทางรถยนต์






จากกรุงเทพฯ สามารถใช้เส้นทางได้ 3 สาย คือ

◙ บางนา-ตราด (เส้นทางหลวงหมายเลข 3) ผ่านชลบุรี-ระยอง-จันทบุรี-ตราด ระยะทางประมาณ 390 กิโลเมตร
◙ บางนา-ชลบุรี-แกลง-จันทบุรี-ตราด เส้นทางหลวงหมายเลข 3 ผ่านชลบุรี พัทยา ระยอง ถึงอำเภอแกลงและต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 3 ผ่านจันทบุรี เข้าตัวเมืองจังหวัดตราด รวมระยะทางประมาณ 390 กิโลเมตรหรืออาจใช้เส้นทางหมายเลข 36 จากพัทยาผ่านระยอง อำเภอแกลง รวมระยะทาง 355 กิโลเมตร
◙ ทางหลวงพิเศษ (motor way) (ทางหลวงหมายเลข 7 ทางหลวงพิเศษกรุงเทพฯ-ชลบุรี) ที่เชื่อมต่อมาจากถนนพระราม 9 - ศรีนครินทร์ ที่ขับตรงมาจนพบกับทางหลวงหมายเลข 344 (บ้านบึง-แกลง) ถึงอำเภอแกลง และต่อด้วยทางหลวงหมายเลข 3 ผ่านอำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี ข้ามสะพานเวฬุ ผ่านอำเภอเขาสมิง ตรงเข้าตัวเมืองจังหวัดตราด รวมระยะทางประมาณ 315 กิโลเมตร ถ้าไม่ต้องการเข้าสู่ตัวจังหวัดตราด ท่านสามารถที่จะตรงไปยังท่าเรือเฟอร์รี่ได้ โดยเลี้ยวขวามาทางแหลมงอบได้เลย




รถโดยสารประจำทาง










มีทั้งรถธรรมดา และรถปรับอากาศออกจาก สถานีขนส่งสายตะวันออก (เอกมัย) ถนนสุขุมวิท รถโดยสารปรับอากาศ มีรถปรับอากาศ ชั้น 1 (ปอ.1) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมง จาก สถานีขนส่งหมอชิต 2 ถนนกำแพงเพชร มีรถบริการไปจังหวัดตราดทุกวันเช่นกัน เป็นรถปรับอากาศชั้น 1




เครื่องบิน






บริษัท บางกอกแอร์เวย์ จำกัด มีเที่ยวบินระหว่างกรุงเทพฯ-ตราด-กรุงเทพฯ (อยู่ในเขตอำเภอเขาสมิง) ทุกวัน






รถตู้ปรับอากาศ





♠ตราด (แหลมงอบ)-บ้านเพ-พัทยา มีรถตู้ปรับอากาศบริการจากอำเภอแหลมงอบ ตรงข้ามสำนักงาน ททท.ภาคกลาง เขต 5 (ตราด) ทุกวัน รถออกเวลาประมาณ 13.00 น.

♠พัทยา-บ้านเพ-แหลมงอบ (ตราด) เวลาออกจากพัทยา 08.00 น.(พัทยา)

♠กรุงเทพ-แหลมงอบ (ตราด) รถออกจากถนนข้าวสาร 08.00 น. แหลมงอบ-ถนนข้าวสาร รถออกจากแหลมงอบ เวลา 11.00 น.

♠จันทบุรี-ตราด ออกจากบริเวณวงเวียนน้ำพุจันทบุรี และออกจากตราดบริเวณตลาดสดเทศบาลเมืองตราด ตั้งแต่แวลา 06.00-17.00 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1.20 ชั่วโมง อัตราค่าโดยสารคนละ 60 บาท (5-6 คน ต่อ คัน)




การเดินทางภายในจังหวัด




♣ตราด-คลองใหญ่ (รถสองแถว) ระยะทาง 75 กิโลเมตร รถออกจากหลังตลาดเทศบาล ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. ค่าโดยสาร 80 บาท (จากคลองใหญ่ต่อรถไปบ้านหาดเล็ก 30 บาท)

♣ตราด-บ้านหาดเล็ก (รถตู้) ระยะทาง 90 กิโลเมตร รถออกจากหน้าโรงหนังสีตราดดราม่า ตั้งแต่เวลา 06.00-18.00 น. ค่าโดยสาร 110 บาท

♣ตราด-แหลมงอบ (รถสองแถว) ระยะทาง 30 กิโลเมตร รถออกจากตลาดสดเทศบาลเมืองตราด ตั้งแต่เวลา 06.00 - 18.00 น. ค่าโดยสาร 30 บาท

♣ตราด-แหลมศอก (รถสองแถว) ระยะทาง 28 กิโลเมตร รถออกจากตลาดสดเทศบาลเมืองตราด ตั้งแต่เวลา 08.00 - 13.00 น. ค่าโดยสาร 35 บาท

ตราด-เขาสมิง-บ่อไร่ ระยะทาง 53 กิโลเมตร รถออกบริเวณตลาดสดเทศบาลเมืองตราด ตั้งแต่เวลา 08.00 - 12.00 น. ค่าโดยสาร 50 บาท

♣ตราด-เขาสมิง-แสนตุ้ง-ท่าจอด ระยะทาง 28 กิโลเมตร รถออกตั้งแต่เวลา 06.00 - 17.30 น. ค่าโดยสาร 25 บาท โดยทั่วไปการเดินทางจากตัวเมืองตราดไปอำเภอต่าง ๆ มีรถออกจากตัวเมือง โดยจะมีรถสองแถวจอดที่บริเวณหลังตลาดเทศบาล และข้างธนาคารกรุงศรีอยุธยาทุกวัน และหลังจากเวลาประมาณ 19.00 น. นักท่องเที่ยวจะต้องเช่าเหมา ราคาแล้วแต่จะตกลงกันตามความ
เหมาะสม




การเดินทางไปจังหวัดใกล้เคียง

♦ตราด-จันทบุรี จากหน้าตลาดในตัวเมืองมีรถโดยสารประจำทางวิ่งบริการไปจังหวัดจันทบุรีทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-15.30 น. ออกทุกครึ่งชั่วโมง ใช้เวลาเดินทาง 1.5 ชั่วโมง ค่าโดยสารประมาณ 40 บาทนอกจากนั้นยังมีรถแท็กซี่วิ่งไป-กลับจันทบุรี-ตราดทุกวัน โดยมีรถออกจากจันทบุรีบริเวณวงเวียนน้ำพุ และออกจากตราดข้างโรงแรมเมืองตราด ตั้งแต่เวลา 06.00-17.00 น. ใช้เวลาในเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 20 นาที ค่าโดยสารคนละ 60 บาท (5-6 คน/1 คัน)

♦บ่อไร่-จันทบุรี เวลา 08.00-17.00 น. ออกทุกครึ่งชั่วโมง เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง 30 นาที ค่าโดยสาร 50 บาท

♦บ่อไร่-แม่สอด จังหวัดตาก มีรถสองเที่ยว เวลา 07.30 และ 08.30 น. ใช้เวลาเดินทาง 15 ชั่วโมง ค่าโดยสาร 200 บาท




ระยะทางจากจังหวัดตราดไปยังจังหวัดใกล้เคียง


♥จันทบุรี 70 กิโลเมตร

♥ระยอง 179 กิโลเมตร


♥ชลบุรี 234 กิโลเมตร



การเดินทางจากจังหวัดตราดไปเกาะช้างด้วยเรือเฟอร์รี













☺ท่าเรือ center point (039-538196) อยู่ห่างจากตัวเมืองตราดประมาณ 23 กิโลเมตร ก่อนถึงอ่าวธรรมชาติ ตามเส้นทางแหลมงอบ-บ้านแสนตุ้ง ไป-กลับ 06.00 - 18.00 น. ทุกชั่วโมง


☺อัตราค่าโดยสาร รถยนต์ 4 ล้อ ไป-กลับฟรี คนขับรถและผู้โดยสารไป-กลับคนละ 1xx บาท


☺รถยนต์ 6 ล้อ ไป-กลับ 100 บาท คนขับรถและผู้โดยสารฟรี 2 ท่าน


☺รถยนต์ 10 ล้อ ไป-กลับ 500 บาท คนขับรถและผู้โดยสารฟรี 2 ท่าน


☺ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ขึ้นเกาะที่ท่าเรือด่านเก่า


ท่าเรืออนุสรณ์สถานยุทธนาวีเกาะช้าง (เรือไม้)


☻อยู่ห่างจากตัวเมืองตราดประมาณ 17 กิโลเมตร มีสองแถวบริการจาหน้าตลาดสดเทศบาล


☻ไป 07.00 - 17.00 น. ทุกชั่วโมง


☻กลับ 07.00 - 17.00 น. ทุกชั่วโมง


☻ค่าโดยสาร ไป-กลับคนละ 1xx บาท


☻ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงขึ้นเกาะที่ท่า
เรือด่านเก่า


กิจกรรมของเกาะช้าง

เกาะช้าง โรงแรมรีสอร์ท ที่พักที่ เกาะช้าง เว็บไซท์บริการจองรีสอร์ท บังกะโล แบบออนไลน์ ราคาพิเศษ

กิจกรรมพักผ่อน และสันธนาการ ที่เกาะช้าง




ดำน้ำ ที่เกาะช้าง







เนื่องจากเกาะช้างและหมู่เกาะใกล้เคียงมีแนวปะการังน้ำตื้นจำนวนมากซึ่งยังคงความเป็นธรรมชาติใต้น้ำที่สวยงาม การดำน้ำดูปะการังตามหมู่เกาะต่างๆ สามารถดำได้ทั้งแบบดำผิวน้ำ (snorkel) และดำน้ำลึก (scuba) โดยปะการังจะพบในระดับน้ำที่ลึกตั้งแต่ ระดับผิวน้ำจนถึง 25 เมตรโดยแหล่งดำน้ำทางทิศใต้ของเกาะช้างจะมีความสวยงามมาก โดยมีช่วงเวลาที่แนะนำให้ดำน้ำตั้งแต่ช่วงตุลาคม จนถึงปลายพฤษภาคม หลังจากนั้นจะเข้าหน้ามรสุมทำให้มองเห็นปะการังไม่ชัดเจนปะการังและสัตว์น้ำที่พบจะมีทั้งปะการังแข็ง และอ่อนเป็นกลุ่มปะการัง ปะการังเขากวาง ปะการังทรงกระบอกและมีพันธุ์ปลาทะเลสวยงามมากมายทั้งยังสามารถเห็นเต่าทะเลจนถึงปลาฉลามวาฬ(ไม่เป็นอันตราย) ได้ในบางช่วงเวลารูปแบบที่นักท่องเที่ยวนิยมคือการนั่งเรือเที่ยวเกาะเพื่อแวะดำน้ำชมปะการังแบบดำผิวน้ำที่เกาะหวาย หมู่เกาะรังและเกาะอื่นๆซึ่งสามารถเดินทางไปเช้าเย็นกลับได้มีอาหารกลางวันและอาหารว่างบนเรือรวมถึงอุปกรณ์สำหรับดำผิวน้ำ ค่าใช้จ่ายต่อคนประมาณ 350 - 500 บาทต่อคน สถานที่ให้บริการสำคัญคือ บ้านบางเบ้า นอกจากนี้บนเกาะช้างยังมีบริการสอนดำน้ำลึกตามมาตรฐานสากลรับรองโดยPADIซึ่งผู้ที่จะดำน้ำลึกแบบscubaจะต้องผ่านการอบรมดำน้ำก่อนจึงจะสามารถดำน้ำแบบนี้ได้ ค่าใช้จ่ายหลักสูตรเบื้องต้นสองวันที่ประมาณ 3,000 บาท จนถึงหลักสูตรเต็มประมาณ 10,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการพาไปดำน้ำลึกครั้งละประมาณ 2,000 - 3,000 บาท ขึ้นอยู่กับแหล่งที่จะไปดำน้ำ ใกล้ชายหาดของเกาะช้างเองก็เหมาะกับการดำน้ำตื้นหรือจะพายเรือออกไปไม่ไกลนักซึ่งสามารถดำน้ำแบบน้ำตื้นได้เช่นกัน








กีฬาทางน้ำ ที่เกาะช้าง






กิจกรรมกีฬาทางน้ำ เป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่สร้างความเพลิดเพลินให้กับผู้ที่มาเที่ยวเกาะช้าง โดยกิจกรรมที่นิยมได้แก่การพายเรือคยัก เรือใบเล็ก สกีน้ำ เจ็ตสกี โต้คลื่น ฯลฯ โดยกิจกรรมทางน้ำจะสามารถเล่นได้ตามชายหาดทั่วไป แต่ที่มีมากที่สุดคือบริเวณหาดทรายขาวซึ่งมีกิจกรรมให้เลือกเล่นหลากหลาย บริเวณโรงแรมไอยรารีสอร์ท ซึ่งมีลักษณะเป็นคลองที่สามารถออกไปยังชายหาดได้ ซึ่งที่รีสอร์ทนี้ได้เตรียมอุปกรณ์สำหรับกีฬาทางน้ำไว้หลากหลายเช่นกันรวมทั้งมีบริการพาพายเรือชมหิ่งห้อยบริเวณคลองช่วงกลางคืนด้วย การพายเรือคยัก จะมีให้บริการอยู่หลายแห่ง ค่าบริการประมาณชั่วโมงละ 100 บาท จุดที่แนะนำให้พายเรือเล่นคือบริเวณคลองของไอรยารีสอร์ท และบริเวณหาดของโรงแรมซีวิวรีสอร์ท ซึ่งสามารถที่จะพายเรือเล่นไปยังเกาะมันนอกได้ เพราะบริเวณระหว่างหาดกับเกาะนั้นน้ำไม่ลึกมากนัก และระยะทางไม่ไกลมาก สามารถพายเรือไปมาระหว่างเกาะได้อย่างปลอดภัย




นำเที่ยวทางเรือ ที่เกาะช้าง




การนำเที่ยวทางเรือนั้นมีบริการทั่วไปบนเกาะช้าง มีตั้งแต่ระยะทางสั้นๆเช่น นั่งเรือชมเกาะเล็กๆ รอบเกาะช้าง ดูจุดเรือจม ระยะกลางเช่นการนั่งเรือประเภทไปเช้าเย็นกลับซึ่งมีการแวะให้นักท่องเที่ยวดำดูประการังผิวน้ำด้วย และระยะไกลคือการเดินทางสู่เกาะอื่นๆ เช่น เกาะหวาย เกาะกูด เกาะกระดาษ เกาะหมาก เกาะกระดาน เพื่อการท่องเที่ยวต่อบนเกาะนั้นๆ ซึ่งมีการบริการหลายประเภท เช่น เรือที่รับส่งในเส้นทางเป็นประจำ เรือจ้างเหมาลำ ซึ่งมีทั้งเรือสำราญ เรือเร็ว และเรือท่องเที่ยวทั่วไป



เดินป่า ที่เกาะช้าง








พื้นที่ส่วนใหญ่ของเกาะช้างเป็นพื้นที่สูงชัน มีผืนป่าเขตร้อนที่สมบูรณ์ปกคลุมเป็นบริเวณกว้าง มีพันธ์ไม้เขตร้อนหายากจำนวนมาก เป็นที่อยู่ของสัตว์ป่าหลายชนิด เป็นแหล่งกำเนิดของลำธารหลายสาย มีการประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 การเดินป่ามีอยู่หลายเส้นทาง เส้นทางเดินป่าที่ใช้เวลานาน เช่น ยอดเขาสลักเพชรซึ่งต้องมีเจ้าหน้าที่ทางอุทยานติดตามไปด้วย เส้นทางเดินป่าสั้นๆที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวเป็นเส้นทางตามน้ำตกที่สวยงามต่างๆ เช่น


- น้ำตกคลองพลู เป็นน้ำตกใหญ่ที่สุดบนเกาะช้าง มีน้ำไหลตลอดปีเหมาะอย่างยิ่งในการการเดินป่าศึกษาธรรมชาติ อยู่ทางด้านตะวันออกของเกาะ ในเส้นทางคลองพร้าว มีถนนลาดยางเข้าตัวน้ำตกระยะทาง 2 กิโลเมตร และต้องจอดบริเวณที่ทำการอุทยานเพื่อเดินทางเข้าไปถึงตัวน้ำตกประมาณ 500 เมตร สองข้างทางเป็นป่าดิบชื้นที่สมบูรณ์ มีไม้หายากหลายชนิด ทั้งกล้วยไม้ และเฟรินป่า ชั้นบนสุดของน้ำตกมีสายน้ำไหลลงจากผาสูงประมาณ 30 เมตรลงสู่เบื้องล่างซึ่งเป็นแอ่งน้ำขนาดใหญ่ สามารถลงเล่นน้ำได้


- น้ำตกธารมะยม อยู่ด้านตะวันตกของเกาะ ในเส้นทางด่านใหม่

- สลักเพชร และต้องจอดรถบริเวณที่ทำการอุทยานเพพื่อเดินทางเข้าไปอีกประมาณ 200 เมตร สองข้างทางผ่านสวนผลไม้ของชาวบ้าน เดินลัดเลาะธารน้ำสู่ตัวน้ำตกซึ่งมีความสวยงามมากโดยเฉพาะฤดูฝน


- น้ำตกคีรีเพชร จะอยู่ที่ยอดเขาคีรีเพชร ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของเกาะ นอกจากนี้ยังมีน้ำตกเล็กๆ อีกจำนวนหนึ่งซึ่งอยู่ตามคลองสน หาดทรายขาว และที่ไก่แบ้ ซึ่งในหน้าแล้งน้ำตก


ปั่นจักรยาน ที่เกาะช้าง การปั่นจักรยานบนเกาะช้างเป็นกิจกรรมที่ท้าทายความสามารถของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดีด้วยเส้นทางถนนบนเกาะช้างที่ตัดเลี้ยวลัดไปตามเนินเขา เช่น ช่วง ด่านใหม่ - คลองสน และช่วงไก่แบ้ - บางเบ้า ที่มีความลาดชันและความคดเคี้ยวของเส้นทางเป็นที่ขึ้นชื่อแห่งหนึ่งของเมืองไทย สองข้างทางของเส้นทางมีทัศนียภายสวยงาม ทั้งภูเขา และทะเล ซึ่งในอนาคตได้มีโครงการสร้างเส้นทางจักรยานจาก บ้านโรงถ่าน - บ้านบางเบ้า ระยะทาง 7 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นทางเลียบภูเขาสลับกับทะเลที่สวยงามมากอีกเส้นทางหนึ่ง และทำให้สามารถปั่นจักรยานท่องเที่ยวรอบเกาะช้างได้


ขี่ช้าง ที่เกาะช้าง บนเกาะช้างมีการนำชมธรรมชาติด้วยสัตว์สัญลักษณ์ของเกาะ เสน่ห์ของการขี่ช้างเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวจดจำและได้สัมผัสกับทัศนีภาพโดยรอบในอีกมุมมองหนึ่ง สถานที่สำหรับขี่ช้างเที่ยวป่าอยู่ 2 แห่งคือที่ช้างชุติมา ซึ่งราคาประหยัดและเป็นที่นิยม จะนำขี่ช้างเที่ยวป่าใกล้ๆ บ้านคลองพร้าว อีกที่หนึ่งคือบ้านควานช้าง ที่บริเวณบ้านคลองสน จะนำเที่ยวช่วงตอนเหนือของเกาะบริเวณคลองสน เป็นระยะทางประมาณ 2 ก.ม.



นวดแผนไทย และสปา ที่เกาะช้าง




หลังจากการท่องเที่ยวสัมผัสความมหัศจรรย์ของธรรมชาติทั้งใต้ผืนน้ำและผืนฟ้าเรียบร้อยแล้วก็ย่อมมีอาการเมื่อยล้า การนวดแผนไทยเป็นศาสตร์อย่างหนึ่งของการบรรเทาและผ่อนคลายที่ได้รับการสืบทอดมาแต่โบราณ เป็นที่ยอมรับของกลุ่มคนผู้รักสุขภาพทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ สถานที่ให้บริการนวดแผนไทยบนเกาะช้างสามารถใช้บริการได้ตามชายหาดทั่วไป หรือตามร้านนวดแผนไทย อัตราค่าบริการประมาณชั่วโมงละ 200 บาท นอกจากนี้สปาก็เป็นอีกบริการหนึ่ง ของการบรรเทาและผ่อนคลายจากอาการเมื่อยล้า ซึ่งบนเกาะช้างมีสปาเปิดให้บริการหลายแห่งเช่น ที่โรงแรมซีวิวรีอร์ท, บูติกรีสอร์ท แอนด์ สปา ฯลฯ



◘◘◘◘◘◘◘◘◘◘◘◘◘◘◘◘◘◘◘◘◘◘◘◘◘◘◘◘◘◘◘◘◘◘◘◘◘◘◘◘

ประวัติวัน Chris Mas.









(Christmas หรือ X'Mas) คือเทศกาลเฉลิมฉลองการประสูติของพระเยซู ศาสดาแห่งศาสนาคริสต์ ซึ่งตรงกับวันที่ 25 ธันวาคม พระองค์ประสูติที่เมืองเบ็ธเลเฮ็มและเติบโตที่เมืองนาซาเรท ประเทศอิสราเอลในปัจจุบัน
"คริสมาส"เป็นคำทับศัพท์ภาษา อังกฤษ Christmas มาจากคำภาษาอังกฤษโบราณว่า Christes Maesse ที่แปลว่า "บูชามิสซาของพระคริสตเจ้า" คำว่า" Christes Maesse" พบครั้งแรกในเอกสารโบราณเป็นภาษาอังกฤษในปี ค.ศ. 1038 และในปัจจุบันคำนี้ก็ได้เปลี่ยนมาเป็นคำว่า Christmasประวัติความเป็นมาของวันคริต์มาส : ซึ่งเป็นวันเกิดของพระเยซูนั้น ตามหลักฐานในพระคัมภีร์บันทึกไว้ว่า พระเยซูเจ้าประสูติในสมัยที่จักรพรรดิซีซาร์ ออกุสตุส แห่งจักรวรรดิโรมัน ซึ่งทรงสั่ง ให้จดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งแผ่นดิน โดยฝ่ายคีรีนิอัส เจ้าเมืองซีเรียก็รับนโยบายไปปฏิบัติให้มีการจดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งอาณาเขต แต่ในพระคัมภีร์ ไม่ได้ระบุว่า พระเยซูประสูติวัน หรือเดือนอะไร ด้านนักประวัติศาสตร์วิเคราะห์ว่า เดิมทีวันที่ 25 ธันวาคม เป็นวันที่จักรพรรดิเอาเรเลียนแห่งโรมัน กำหนดให้เป็นวันฉลองวันเกิดของสุริยะเทพ ตั้งแต่ปี ค.ศ. 274 ชาวโรมันซึ่ง ส่วนใหญ่นับถือเทพเจ้าฉลองวันนี้เสมือนว่า เป็นวันฉลองของพระจักรพรรดิไปในตัวด้วย เพราะจักรพรรดิก็เปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ ที่ให้ความสว่างแก่ชีวิตมนุษย์ แต่ชาวคริสต์ที่อยู่ในจักรวรรดิโรมัน รวมถึงชาวโรมันที่เปลี่ยนไปนับถือคริสต์อึดอัดใจที่จะฉลองวันเกิดของสุริยเทพ จึงหันมาฉลองการบังเกิดของพระเยซูเจ้าแทน หลังจากที่ชาวคริสต์ถูกควบคุมเสรีภาพทางศาสนา ตั้งแต่ปี ค.ศ. 64-313 จนถึงวันที่ 25 ธันวาคม ปี ค.ศ. 330 ชาวคริสต์จึงเริ่มฉลองคริสต์มาสอย่างเป็นทางการและเปิดเผย









คำอวยพรสำหรับเทศกาลคริสมาสใช้ คำอวยพรว่า Merry Christmas สุขสันต์วันคริสต์มาส คำว่า Merry ในภาษาอังกฤษโบราณ แปลว่า สันติสุขและความสงบทางใจ จึงเป็นคำที่ใช้อวยพรคนอื่น ขอให้เขาได้รับสันติสุข และความสงบทางใจ เนื่องในโอกาสเทศกาลคริสต์มาส ต่อมาคือ "เพลง" ที่ใช้เฉลิมฉลองทั้งจังหวะช้าและจังหวะสนุกสนาน ส่วนใหญ่แต่งในยุคพระราชินีวิกตอเรีย แห่งอังกฤษ (ค.ศ.1840-1900) ปัจจุบันแพร่หลายไปทั่วโลกโดยแปลเป็นภาษาต่างๆ มากมาย




นักบุญ(เซนต์)นิโคลัสแห่งเมืองไมรา นักบุญองค์นี้เป็นสังฆราช ของ ไมรา มีชีวิตอยู่ในศตวรรษที่4 ได้รับการยกย่องให้เป็นซานตาคลอสคนแรก เพราะวันหนึ่งท่านปีนขึ้นไปบนหลังคาบ้านของเด็กหญิงยากจนคนหนึ่งแล้วทิ้งถุงเงินลงไปทางปล่องไฟ บังเอิญถุงเงินหล่นไปทางถุงเท้าที่เด็กหญิงแขวนตากไว้ข้างเตาผิงพอดี ซานตาครอสจริงๆแล้ว แทบจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเทศกาลนี้เลย
นักบุญนิโคลาส เป็นนักบุญ ที่ชาวฮอลแลนด์นับถือว่าเป็นนักบุญอุปถัมภ์ของเด็กๆ เมื่อชาวฮอลแลนด์กลุ่มหนึ่งอพยพไปอยู่ในสหรัฐฯ ก็ยังรักษาประเพณีการฉลองนักบุญ นิโคลาส ในวันที่ 5 ธันวาคม ซึ่งหมายถึงนักบุญนี้จะ มาเยี่ยม เด็กๆ และเอาของขวัญมาให้ เด็กอื่นๆ ที่ไม่ใช่ลูกหลานของชาวฮอลแลนด์ที่อพยพมา ก็อยากมีส่วนร่วมในประเพณีแบบนี้บ้างเพื่อรับของขวัญ ประเพณีนี้จึงเริ่มเป็นที่รู้จักและแพร่หลายไปในอเมริกา โดย มีการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง คือ ชื่อนักบุญนิโคลาสก็เปลี่ยน เป็นซานตาคลอส และแทนที่จะเป็น สังฆราชซึ่งเป็นนักบุญองค์นั้นก็กลายเป็นชายแก่ที่อ้วนใส่ชุดสีแดงอาศัย อยู่ที่ขั้วโลกเหนือ มีเลื่อน เป็นยานพาหนะมีกวางเรนเดียร์ลาก และจะมาเยี่ยมเด็กทุกคนในโลกนี้ในโอกาสคริสต์มาส โดยลงมา ทางปล่องไฟของบ้าน เพื่อเอาของขวัญมาให้ เด็กเหล่านั้นตามความประพฤติ ของเขา






ต้นคริสต์มาสหรือต้นสนที่นำมาประดับประดาด้วยดวงไฟหลากสีสัน การตกแต่งนี้ย้อนไปในศตวรรษที่ 8 เมื่อเซนต์บอนิเฟส มิชชันนารีชาวอังกฤษที่เดินทางไปประกาศเรื่องพระเจ้าในเยอรมนี ได้ช่วยเด็กที่กำลังจะถูกฆ่าเป็นเครื่องสังเวยบูชาที่ใต้ต้นโอ๊ก โดยเมื่อโค่นต้นโอ๊กทิ้งก็ได้พบต้นสนเล็กๆ ต้นหนึ่งขึ้นอยู่โคนต้นโอ๊ก ท่านจึงขุดให้คนที่ร่วมพิธีกรรมเหล่านั้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ ของชีวิต และตั้งชื่อว่า ต้นกุมารพระคริสต์ ต่อมา มาร์ติน ลูเธอร์ ผู้นำคริสตจักรชาวเยอรมัน ตัดต้นสนไปตั้งในบ้านในเดือนธันวาคม ปีค.ศ.1540 หลังจากนั้นในศตวรรษที่ 19 ต้นคริสต์มาสจึงเริ่มแพร่ไปสู่ประเทศอังกฤษและทั่วโลก









เมื่อพระสันตะปาปาจูลีอัสที่ 1 ได้ประกาศให้วันที่ 25 ธันวาคมเป็นวันฉลองพระคริสตสมภพ (วันคริสต์มาส)ในปี นั้นเองพระองค์และสัตบุรุษ ได้พากันเดินสวดภาวนา และขับร้องไปยังตำบล เบธเลเฮม และไปยังถ้ำที่พระ เยซูเจ้าประสูติ พอไปถึงก็เป็นเวลาเที่ยงคืนพอดี พระสันตะปาปาก็ทรงถวายบูชามิซซา ณ ที่นั้น เมื่อเสร็จแล้วก็กลับมาที่พักเป็นเวลาเช้ามืดราวๆ ตี 3 พระองค์ก็ถวาย มิสซาอีกครั้ง และ สัตบุรุษเหล่านั้นก็พากันกลับ แต่ก็ยังมีสัตบุรุษหลายคนที่ไม่ได้ไป พระสันตะปาปาก็ทรงถวายบูชามิสซาอีกครั้งหนึ่งเป็นครั้งที่ 3 เพื่อสัตบุรุษเหล่านั้น ด้วยเหตุนี้เองพระ สันตะปาปาจึงทรงอนุญาตในพระสงฆ์ถวายบูชามิสซาได้ 3 ครั้ง ในวันคริสต์มาส เหมือนกับการปฏิบัติของพระองค์ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจึงมีธรรมเนียมถวายมิสซาเที่ยงคืน ในวันคริสต์มาส และพระสงฆ์ก็สามารถถวายมิสซาได้ 3 มิสซา ใน โอกาสวันคริสต์มาส







ในสมัยก่อนมีกลุ่มคริสตชนกลุ่มหนึ่งในประเทศเยอรมัน ได้เอากิ่งไม้มาประกอบ เป็นวงกลมคล้ายพวงมาลัย แล้วเอาเทียน 4 เล่ม วางไว้บนพวงมาลัยนั้น ในตอนกลางคืนของวันอาทิตย์แรกของ เทศกาลเตรียมรับเสด็จ ทุกคนในครอบครัวจะมารวมกัน ดับไฟ แล้วจุดเทียนเล่มหนึ่ง สวด ภาวนาและร้องเพลงคริสต์มาสร่วมกัน เขาจะทำดังนี้ทุก อาทิตย์จนครบ 4 อาทิตย์ก่อน คริสต์มาส ประเพณีนี้เป็นที่นิยม และแพร่หลายในที่หลายแห่ง โดยเฉพาะที่สหรัฐอเมริกาซึ่งต่อมา มีการเพิ่ม โดยเอาพวงมาลัยพร้อมกับเทียนที่จุดไว้ตรง กลาง 1 เล่มไป แขวนไว้ที่หน้าต่างเพื่อช่วย ให้คนที่ ผ่าน ไปมา ได้ระลึกถึงการเตรียมตัวรับวันคริสต์มาสที่ใกล้เข้ามา และพวงมาลัยนั้นยังเป็น สัญลักษณ์ที่คน สมัยโบราณใช้หมายถึงชัยชนะ แต่ในที่นี้หมายถึงการที่พระองค์มาบังเกิดในโลก และ ทำให้ทุกสิ่ง ทุกอย่างครบ บริบูรณ์ตามแผนการณ์ ของพระเป็นเจ้า





เพลงคริสต์มาส เริ่มมีขึ้นในศตวรรษที่ 5 ซึ่งผู้แต่งมีทั้งพระสงฆ์และฆราวาส
เนื้อร้องเป็นภาษาลาติน ลักษณะของเพลงเป็นแบบสง่า
เน้นถึงความหมายของการเสด็จมา ของพระเยซูเจ้า

แต่ในศตวรรษที่ 12 ได้มีการแต่งในท่วงทำนองที่ร่าเริงสนุกสนานมากขึ้น
เริ่มจากประเทศอิตาลี โดยนักบุญฟรังซิส อัสซีซี และนักบวชคณะฟรังซิสกัน
เป็นผู้สนับสนุน ให้มีเพลงคริสต์มาสแบบใหม่ ซึ่งชาวบ้านชอบ
คือมีท่วงทำนองที่ร่าเริงกว่า และเน้นถึงความชื่นชมยินดีในโอกาสคริสต์มาส

เพลงเหล่านี้มีทั้งที่เป็นภาษาลาติน และภาษาพื้นเมือง
เพลงหนึ่งที่แต่งในสมัยนั้น (แต่งคำร้องในปี ค.ศ.1274)
และยังใช้อยู่จนถึงปัจจุบัน คือ
เพลง Oh Come, All Ye Faithful หรือ Adeste Fideles ในภาษาลาติน

เพลงคริสต์มาส ที่นิยมร้องมากที่สุดในปัจจุบันได้แต่งขึ้นในศตวรรษที่ 19
จากประเทศเยอรมัน และประเทศอังกฤษเป็นส่วนใหญ่
เพลงที่มีชื่อเสียงมากได้แก่ เพลง Silent Night, Holy Night
ความเป็นมาของเพลงนี้คือ วันก่อนวันฉลองคริสต์มาส ของปี ค.ศ.1818
คุณพ่อโจเซฟ โมห์ (Joseph Mohr) เจ้าอาวาสวัดที่โอเบิร์นดอฟ
(Oberndorf) ประเทศออสเตรีย
ได้ข่าวว่าออร์แกนในวัดเสีย ทำให้วงขับร้อง ไม่สามารถร้องเพลงตามที่ซ้อมไว้ได้
จึงมีการแต่งเพลงคริสต์มาสใหม่ นำไปเพื่อนชื่อ ฟรานซ์ กรูเบอร์ (Franz Gruber)
ใส่ทำนอง
ในคืนวันที่ 24 นั้นเอง สัตบุรุษวัดนี้ ก็ได้ฟังเพลง Silent Night เป็นครั้งแรก
โดยมีการเล่นกีตาร์ประกอบการขับร้อง ซึ่งกลายเป็นเพลงที่นิยมมากที่สุดทั่วโลก